จากภาพที่เผยแพร่ พบว่าวัตถุดังกล่าวมีลักษณะเป็นก้อนสีขาวขนาดใหญ่ คล้ายมีเส้นใยหรือขนปกคลุมทั่วทั้งก้อน ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยอยู่บริเวณชายหาด สร้างความสงสัยให้กับผู้พบเห็นและชาวเน็ตจำนวนมาก
หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นนับร้อยข้อความ โดยพยายามวิเคราะห์และคาดเดาว่าซากดังกล่าวคืออะไร ขณะที่เจ้าของโพสต์ระบุเพิ่มเติมว่า “กลิ่นแรงครับ ขนาดใหญ่ด้วยครับ” และยังสังเกตว่าภายในมีก้อนแข็ง ๆ อยู่ด้วย
ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าอาจเป็นซากสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ที่เน่าเปื่อย ขณะที่บางรายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นชิ้นส่วนของวาฬหรือสัตว์ทะเลชนิดอื่น เนื่องจากลักษณะของก้อนเนื้อและเส้นใยสีขาวที่ปรากฏอยู่รอบ ๆ
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า วัตถุลักษณะดังกล่าวมักถูกเรียกว่า “กล็อบสเตอร์” (Globster) ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกก้อนอินทรียวัตถุขนาดใหญ่ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง และไม่สามารถระบุชนิดได้ทันทีจากรูปลักษณ์ภายนอก
แม้จะดูคล้ายสัตว์ประหลาด แต่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในหลายกรณีที่ผ่านมา รวมถึงการตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอ พบว่าส่วนใหญ่แล้ว “กล็อบสเตอร์” เป็นซากสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ เช่น วาฬ หรือฉลามบาสกิง ที่ตายและเน่าเปื่อยอยู่ในทะเลเป็นเวลานาน ก่อนถูกคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่ง
ส่วนลักษณะที่ดูเหมือนมีขนหรือเส้นผมสีขาวปกคลุมนั้น แท้จริงคือเส้นใยคอลลาเจน กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หลงเหลืออยู่ หลังจากเนื้อเยื่อส่วนอื่นย่อยสลายไปแล้ว ทำให้เกิดรูปลักษณ์แปลกตาคล้ายสัตว์ประหลาดจากท้องทะเล
โดยทั่วไป กล็อบสเตอร์มักมีสีขาวหม่นหรือเทา เนื้อสัมผัสคล้ายยาง มีกลิ่นเหม็นรุนแรงจากการเน่าเปื่อย ไม่มีโครงสร้างอวัยวะที่ชัดเจน เช่น หัว ดวงตา หรือกระดูก และมักถูกพบหลังช่วงที่มีคลื่นลมแรงหรือมรสุม
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าซากที่พบในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัตว์ชนิดใด แต่จากลักษณะภายนอกและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ คาดว่าอาจเป็นชิ้นส่วนไขมันหรือเนื้อเยื่อของวาฬขนาดใหญ่ที่เน่าเปื่อย ก่อนถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบนชายหาดภูเก็ต
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากพบซากลักษณะดังกล่าว ไม่ควรสัมผัสโดยตรง เนื่องจากอาจมีเชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์จากกระบวนการเน่าเปื่อยจำนวนมาก ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพื่อระบุชนิดและกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป
ล่าสุดจากการสอบถามทราบว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้นำซากดังกล่าว ออกจากบริเวณชายหาดแล้ว


