The Phuket News Premier League predictions
KHAOPHUKET.COM ภูเก็ตไลฟ์
KHAOPHUKET.COM การศึกษา | ชุมชน | ท่องเที่ยว | ธุรกิจ | บทความ | บันเทิง | บุคคล | ศิลปวัฒนธรรม | สิ่งแวดล้อม | สุขภาพ | อสังหาริมทรัพย์ | อาหารการกิน XML, RSS, Feed
KHAOPHUKET.COM KHAOPHUKET.COM
KHAOPHUKET.COM

พบไทยอ้วนอันดับ 2 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตามรายงานของ Asia Roundtable on Food Innovation for Improved Nutrition (ARoFIIN) ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากภาวะโรคอ้วน ภาวะทุพโภชนาการ และกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พบว่า ประเทศไทยพบความชุกของภาวะโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ร้อยละ 8.5


ข่าวภูเก็ต

17 มิถุนายน 2017 12:00:00


ภาพ Thaihealth
ภาพ Thaihealth

รายงานฉบับนี้ ARoFIIN มอบหมายให้หน่วยงาน Economist Intelligence Unit (EIU) เป็นผู้จัดทำขึ้น และถือเป็นรายงานฉบับแรกที่มีการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจของโรคอ้วนในภูมิภาคอาเซียนอย่างละเอียด โดยใช้ชื่อว่า “การจัดการโรคอ้วนในอาเซียน – ความชุก ผลกระทบ และแนวทางการแทรกแซง” (Tackling obesity in ASEAN – Prevalence, impact, and guidance on interventions) รายงานฉบับดังกล่าวเสนอให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการจัดการปัญหาเกี่ยวกับภาวะโรคอ้วนเพื่อลดการเพิ่มภาระให้ระบบสาธารณสุข

ผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐกิจของโรคอ้วน

จากการศึกษาในทั้งหมดหกประเทศ ตามรายงานฉบับดังกล่าว พบว่าประเทศไทยมีความชุกของภาวะโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ร้อยละ 8.5 โดยมีมาเลเซียรั้งอันดับหนึ่งที่ร้อยละ 13.3 ในขณะที่ประเทศไทยมีหนึ่งในต้นทุนโดยรวมของภาวะโรคอ้วน ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนเมื่อพิจารณาเทียบกับงบประมาณด้านสาธารณสุขในประเทศ (คิดเป็นร้อยละ 3-6 ของงบประมาณฯ) แต่มูลค่าผลกระทบของภาวะโรคอ้วนกลับสูงเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคที่ประมาณ 27,000–51,000 ล้านบาทในปี 2559 โดยประเทศอินโดนีเซียแบกรับต้นทุนโดยรวมที่เกิดจากภาวะโรคอ้วนสูงที่สุดที่ 68,000-136,000 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 8-16 ของงบประมาณฯ) ตามมาด้วยประเทศมาเลเซียที่ 34,000-68,000 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 10-19 ของงบประมาณฯ) ต้นทุนเหล่านี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของโรคในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน ระดับความสามารถในการทำงานที่ลดลง ตลอดจนการขาดงานอันเนื่องจากความเจ็บป่วยและสุขภาพทรุดโทรมที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

นอกเหนือจากต้นทุนต่างๆ แล้ว ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาวะโรคอ้วนยังมีความเกี่ยวพันไปในวงกว้างอีกด้วย ตามรายงานฉบับนี้ ภาวะโรคอ้วนลดประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ป่วยโรคอ้วนในอาเซียน คิดเป็นสัดส่วน 4 – 9 ปีตามค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ในกลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนเพศชายในประเทศไทยพบการลดลงของจำนวนปีทำงานอันเนื่องมาจากภาวะโรคอ้วนที่ 5-10 ปี โดยประเทศที่มีอัตราการลดจำนวนปีการทำงานอันเนื่องมาจากภาวะโรคอ้วนสูงสุดในกลุ่มผู้ชายคือ ประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 8-12 ปี ตามมาด้วยมาเลเซียที่ 6-11 ปี ในเรื่องนี้ ผู้หญิงในประเทศไทยเป็นกลุ่มที่ดูจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าผู้ชาย โดยโรคที่เกิดจากภาวะโรคอ้วนลดจำนวนปีทำงานในกลุ่มผู้หญิงกลุ่มนี้ลงระหว่าง 2-7 ปี ซึ่งถือว่าต่ำสุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค โดยสูงกว่าสิงคโปร์เพียงประเทศเดียวเท่านั้น

การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลทางโภชนาการและการเพิ่มปริมาณอาหารที่ไม่ส่งเสริมสุขภาพในท้องตลาดเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดภาวะโรคอ้วน

ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดภาวะโรคอ้วนในประเทศไทย ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลทางโภชนาการและการเพิ่มปริมาณอาหารพลังงานสูงแต่คุณค่าทางอาหารต่ำในท้องตลาด นอกจากนี้ปัจจัยทางสังคม อาทิ การวางแผนครอบครัวของประเทศส่งผลให้แต่ละครอบครัวมีบุตรน้อยลง ผู้ปกครองมีแนวโน้มให้บุตรหลานของตนรับประทานอาหารมากเกินจำเป็น โดยเมื่อปีที่ผ่านมา พบเด็กไทยที่อยู่ในภาวะโรคอ้วนและน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.5 เป็น 13.3 ตามการรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข

“การเปลี่ยนอาหารการกินและวิถีชีวิตคือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาโรคอ้วน” คุณบรูโน คิสต์เนอร์ เลขาธิการของ ARoFIIN กล่าว “เราจำเป็นต้องทำให้สังคมตื่นตัวกันมากขึ้นเกี่ยวกับแนวทางการควบคุมอาหารและความสำคัญของการออกกำลังกาย”

มาตรการการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ

หนึ่งในมาตรการการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพและถูกหยิบยกในรายงานฉบับนี้ได้แก่ การบริโภคอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ แคลอรีต่ำ ไขมันต่ำ และคาร์โบไฮเดรตต่ำ ผนวกกับการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีในการต่อสู่กับภาวะโรคอ้วนทั้งในบุคคลและระดับประชากร

ความตระหนักรู้ของภาครัฐเกี่ยวกับปัญหาภาวะโรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกินได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทยในปี 2555 ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของความเสี่ยงอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และสำนักโภชนาการได้พัฒนาแผนอาหารและโภชนาการแห่งชาติขึ้น นอกจากนั้น ยังมีการริเริ่มแคมเปญมากมายเพื่อรณรงค์สร้างความตื่นตัวให้แก่ประชาชน โดยมีรัฐบาล สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชน (NGO) ต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม

“ไม่มีสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาการลุกลามของโรคอ้วนในเอเชีย รัฐบาลในภูมิภาคนี้จำเป็นต้องตระหนักว่าภาวะโรคอ้วนจะเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญด้านการดูแลสุขภาพที่เราจะต้องเผชิญในอีก 20-30 ปีข้างหน้า” คุณคิสต์เนอร์กล่าว คุณคิสต์เนอร์เป็นผู้มีหน้าที่ผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพของ ARoFIIN “ทุกภาคส่วนมีหน้าที่ที่ต้องทำ ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และภาคประชาชนจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบที่เหมาะสม ความก้าวหน้าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และรับผิดชอบเท่านั้น”

ในภาคอุตสาหกรรมอาหารนั้น ผู้ผลิตอาหารระดับโลกก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารที่ราคาไม่แพงและดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้นด้วยการเสริมวิตามินและแร่ธาตุ พร้อมทั้งลดเกลือ น้ำตาล และไขมันลง ในการก้าวต่อไปข้างหน้านั้น ARoFIIN ตั้งเป้าว่าจะขยายการทำงานอย่างให้เข้าถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อดำเนินกิจกรรมแบบเดียวกัน

อนาคตข้างหน้า

ดร.ไซมอน แบปติสต์ หัวหน้านักเศรษฐศาสต์ของ EIU หัวเรือใหญ่ของรายงานฉบับนี้ให้ข้อสังเกตว่ากลุ่มประเทศอาเซียนยังไม่มีการเก็บข้อมูลความชุกของภาวะโรคอ้วนอย่างสม่ำเสมอและพบว่าบางประเทศยังไม่มีการเก็บข้อมูลเหล่านี้ ปัจจัยดังกล่าวอุปสรรคต่อการจัดทำนโยบาย และจะนำไปสู่การดำเนินโครงการที่ไม่ตรงตามเป้าหมายหรือมาตรการการแก้ปัญหาที่ขาดข้อเท็จจริงและตรวจสอบไม่ได้ “รายงานฉบับนี้เป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่ได้วิเคราะห์ผลกระทบของภาวะโรคอ้วนอย่างละเอียด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลต่างๆ จะช่วยให้ภาคส่วนต่างๆ เข้าใจปัญหาภาวะโรคอ้วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น” ดร.แบปติสต์กล่าว

รายงานฉบับนี้ได้แสดงให้เห็นว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะโรคอ้วนในแต่ละประเทศแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ กรรมพันธุ์ ความแตกต่างทางภูมิภาคและเศรษฐกิจ และได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการกำหนดยุทธศาสตร์การป้องกันการเกิดภาวะโรคอ้วนให้เหมาะสมกับประเทศของตน แทนการกำหนดนโยบายในทิศทางเดียวกันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ดร.แบปติสต์ กล่าวเสริมว่า “รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้วางนโยบาย หน่วยงานด้านสาธารณสุข และภาคอุตสาหกรรม ทุกฝ่ายต่างมีบทบาทในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคร่วมกัน การให้ความสำคัญในการระบุกลุ่มเสี่ยงจะทำให้ภาครัฐพัฒนานโยบายที่รอบด้านและวางมาตรการการแก้ปัญหาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นได้ การแก้ไขปัญหาภาวะโรคอ้วนยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรในระบบสาธารณสุขแห่งชาติ และปรับทิศทางการดำเนินงานของรัฐให้สอดคล้องกับความต้องการจริงในประเด็นอื่นๆได้อีกด้วย ”

 






The Phuket News
หมาบ้าตรังกัดแม่วัวตาย 8 ตัวปศุสัตว์ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมโรค
หมาบ้าตรังกัดแม่วัวตาย 8 ตัวปศุสัตว์ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมโรค
แอปจับโจร! รวบพนักงานสนามบินแสบหลังขโมยมือถือนทท.
แอปจับโจร! รวบพนักงานสนามบินแสบหลังขโมยมือถือนทท.
ช้าแต่ชัวร์ ภูเก็ต คว้าชัยเหนือชุมพร
ช้าแต่ชัวร์ ภูเก็ต คว้าชัยเหนือชุมพร
เพราะอาหารคือศิลปะ 'กิตติก๋วยเตี๋ยวเป็ด'
เพราะอาหารคือศิลปะ 'กิตติก๋วยเตี๋ยวเป็ด'
The Phuket News
KHAOPHUKET.COM KHAOPHUKET.COM KHAOPHUKET.COM
KHAOPHUKET.COM
แบ่งปัน
KHAOPHUKET.COM
ข่าวภูเก็ตล่าสุด

พยากรณ์อากาศ


ข่าว
ภูเก็ต
ทั่วไทย
ทั่วเอเชีย
ทั่วโลก
ที่เก็บหนังสือพิมพ์
KHAOPHUKET.COM กีฬา
ภูเก็ต
ทั่วไทย
ทั่วโลก
KHAOPHUKET.COM ไลฟ์
การศึกษา
ชุมชน
ท่องเที่ยว
ธุรกิจ
บทความ
บันเทิง
บุคคล
ศิลปวัฒนธรรม
สิ่งแวดล้อม
สุขภาพ
อสังหาริมทรัพย์
อาหารการกิน
สมุดระบายสี
KHAOPHUKET.COM คลาสสิฟาย
ซื้อและขาย
งาน
ชุมชน
บริการ
รถและเรือ
ค้นหาคลาสสิฟาย
โพสต์คลาสสิฟาย
KHAOPHUKET.COM อีเว้นท์
ปฏิทินอีเว้นท์
โพสต์อีเว้นท์
ทำการซื้อตั๋ว
KHAOPHUKET.COM ไดเรกทอรี
ค้นหาไดเรกทอรี่
โพสต์ไดเรกทอรี่
KHAOPHUKET.COM เกี่ยวกับเรา
การกระจายสินค้า
บอกรับเป็นสมาชิก
โฆษณากับเรา
การชำระค่าโฆษณา
ติดต่อเรา
ozvisa.org
 
Copyright © 2017 Class Act Media. All rights reserved. | เงื่อนไขการใช้บริการ | นโยบายความเป็นส่วนตัว