วันนี้ (26 มิ.ย. 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ นำทีมประธาน กมธ. อีก 3 คณะ ได้แก่ กมธ.การปกครอง (นายธนยศ ทิมสุวรรณ), กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (น.ส.กุลวดี นพอมรบดี) และ กมธ.การอุตสาหกรรม (นายศุภโชค ศรีสุขจร) ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาการยึดครองพื้นที่สาธารณะและการจัดระเบียบสังคมในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทั้ง 4 คณะ เพื่อประหยัดงบประมาณและยกภูเก็ตเป็นต้นแบบการทำงาน
นายวัชรพงศ์ เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ โดยเน้นปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมาเฟียทั้งไทยและต่างชาติ การเรียกรับผลประโยชน์ การจัดการธุรกิจโรงแรมและสถานประกอบการผิดกฎหมาย รวมถึงการทวงคืนพื้นที่สาธารณะและอุทยานแห่งชาติ
สำหรับประเด็นสำคัญที่ กมธ. ติดตาม คือ การบุกรุกชายหาด ติดตามการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะบริเวณหาดบางเทา หาดฟรีด้อม และหาดนุ้ย, มาเฟียและนอมินี ป้องกันผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และตรวจสอบการถือครองธุรกิจโดยนอมินีต่างชาติ โดยเน้นย้ำให้ตำรวจเร่งเช็กเส้นทางการเงินอย่างจริงจัง และจัดระเบียบท่องเที่ยว ตรวจสอบธุรกิจโรงแรม/ที่พักที่ไม่ได้รับอนุญาต และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมโรงแรม
ทางจังหวัดภูเก็ตรายงานความคืบหน้าว่ามีการ เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับจังหวัด เปิด "ศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน" และ "คลินิกรับคำขออนุญาต" เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงแรมและสถานบริการเข้าระบบอย่างถูกต้อง เปิดบริการทุกวัน (08.30–16.30 น.) ถึงวันที่ 2 ก.ค. 2569 ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ และที่ว่าการอำเภอทั้ง 3 แห่ง ส่วนข้อมูลโรงแรม ปัจจุบันภูเก็ตมีโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายกว่า 1,200 แห่ง ที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและเร่งต่ออายุใบอนุญาต
ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าจะเร่งรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้เสร็จภายใน 2–3 สัปดาห์ และจะเดินหน้าตรวจสอบพื้นที่ชายหาด ร้านรถเช่า และธุรกิจท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
และในช่วงท้าย คณะกรรมาธิการทั้ง 4 คณะได้กล่าวให้กำลังใจและชื่นชมความตั้งใจของทีมบริหารจังหวัดภูเก็ต พร้อมยืนยันว่าจะร่วมสนับสนุนและผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดและการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืนต่อไป



