โดยย้ำว่าภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่การท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้ภาครัฐทบทวนแนวทางการจัดการพื้นที่นอกโซนนิ่งอย่างถนนนาใน เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของเมืองท่องเที่ยวในปัจจุบันและสร้างความมั่นใจแก่ทุกฝ่าย
นายวีรวิชญ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย และได้ดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตตามขั้นตอนมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลายรายยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความกังวลต่อการดำเนินกิจการและผลกระทบต่อพนักงานจำนวนมาก
“ภายใต้นโยบายการส่งเสริมเมืองท่องเที่ยวและการเปิดให้สถานบันเทิงสามารถให้บริการได้ถึงเวลา 04.00 น. ผู้ประกอบการจึงพยายามปรับตัวและดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขของภาครัฐ โดยเฉพาะการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ยังพบข้อจำกัดในหลายขั้นตอน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยชี้แจงแนวทาง รวมถึงอำนวยความสะดวกในการดำเนินการให้ชัดเจนมากขึ้น” นายวีรวิชญ์ กล่าว
“สำหรับพื้นที่นอกโซนนิ่งสถานบันเทิง เช่น บริเวณถนนนาใน ผู้ประกอบการมองว่า ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นย่านธุรกิจและการท่องเที่ยวที่เปิดดำเนินกิจการมาอย่างยาวนาน จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถประกอบกิจการได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน”
นอกจากนี้ ทางผู้ประกอบการยืนยันว่า การรวมตัวกันในครั้งนี้เป็นการออกมาสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะด้วยสันติวิธี โดยต้องการเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดี ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของป่าตอง และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่อไป



