สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ปัจจุบันยังคงมีการตอบโต้การรุกรานของกัมพูชา ทั้งสิ้น 7 จังหวัด ตามแนวชายแดน โดยกัมพูชายังคงใช้อาวุธหนักและใช้อาวุธยิงเข้าใส่พื้นที่พลเรือนฝ่ายไทย ซึ่งมีการตรวจพบการยิงอาวุธจรวด BM-21 ตกในพื้นที่ใกล้เคียงโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ นอกจากนี้กองกำลังบูรพา ได้ออกประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 19.00 - 05.00 น. ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย ตาพระยา โคกสูง อรัญประเทศ และคลองหาด จังหวัดสระแก้ว
ขณะที่กองทัพบกประณามกัมพูชาในการใช้พื้นที่ชุมชนพลเรือน อาคารบ่อนกาสิโน และโบราณสถาน เป็นที่กำบังในการเปิดปฏิบัติการทางทหาร หรือใช้โล่มนุษย์ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนประเทศตนเอง
ด้านกระทรวงการต่างประเทศประกาศแจ้งเตือนคนไทยในกัมพูชาที่ไม่มีเหตุจำเป็นพิจารณาเดินทางออกจากกัมพูชา และขอให้คนไทยงดเว้นการเดินทางไปยังกัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ทางด้านกองทัพเรือยืนยันการโจมตีที่มั่นทางทหารเพื่อลดขีดความสามารถเป็นภัยคุกคามไม่ใช่มุ่งเพื่อทำลายให้ราบเป็นหน้ากลอง ส่วนการลงพื้นที่ดูแลความเป็นอยู่และให้กำลังใจประชาชนในศูนย์อพยพต่าง ๆ
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้กำลังใจประชาชนในศูนย์พักพิง และเตรียมจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่กระทรวงแรงงาน เพื่อสำรองโลหิตสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันสั่งปิดสถานศึกษาเพิ่มเป็น 1,168 แห่ง และเปิดโรงเรียนในพื้นที่ปลอดภัยจำนวน 102 แห่ง เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง


