นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ประสานและรวบรวมผู้เสียหายในครั้งนี้ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่มีความตั้งใจเข้ารับบริการคอร์สเสริมความงามในราคาประมาณหลักหมื่นบาท แต่ภายหลังกลับพบว่ามีภาระผูกพันทางการเงินในลักษณะการผ่อนชำระ หรือวงเงินสินเชื่อในจำนวนสูงถึงหลักแสนบาท และบางรายมีมูลค่าสูงกว่านั้น ซึ่งหลายคนระบุว่าไม่ได้รับความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบทางการเงินตั้งแต่ต้น
หนึ่งในผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ระหว่างการเข้ารับหัตถการ ได้มีการดำเนินการบางอย่างผ่านโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย ซึ่งภายหลังพบข้อมูลหรือเอกสารที่มีลักษณะเป็นสัญญาสินเชื่อ แตกต่างจากความเข้าใจเดิมที่ได้รับการอธิบายว่าเป็นการแลกสิทธิประโยชน์หรือแพ็กเกจส่งเสริมการขาย ทั้งนี้ ผู้เสียหายบางรายระบุว่า ไม่พบการแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้ไม่ทราบถึงภาระทางการเงินในทันที
ผู้เสียหายบางส่วนพยายามติดต่อขอคำชี้แจงและขอคืนเงิน แต่ไม่ได้รับการแก้ไขตามที่คาดหวัง จึงตัดสินใจรวมตัวกันเพื่อรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน เพื่อขอคำปรึกษาทางกฎหมายและพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ประสานงานระบุว่า ขณะนี้ผู้เสียหายยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และยังไม่ได้เข้าแจ้งความ แต่อยู่ในขั้นตอนการปรึกษาทนายความ เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการในลำดับถัดไป พร้อมเชิญชวนผู้ที่อาจได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ที่มา: ปชส. จังหวัดภูเก็ต



