การประชุมดังกล่าวสืบเนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ กรณีมีการเปลี่ยนมือเจ้าของที่ดิน และดำเนินการรังวัดที่ดินใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่ามีการปิดกั้นถนนและทางเดินที่ประชาชนใช้สัญจรร่วมกัน ส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยกว่า 100 ครัวเรือน แม้ว่าปัจจุบันจะมีการรื้อถอนสิ่งกีดขวางบางส่วนแล้ว แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ในอนาคต
จากการหารือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้คำแนะนำด้านกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นคำร้องต่อสำนักงานที่ดิน เพื่อตรวจสอบและยื่นคัดค้านการดำเนินการรังวัดที่ดินได้ภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่มีการยื่นคำขอรังวัด ซึ่งในกรณีนี้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2569
นอกจากนี้ หากประชาชนได้รับความเสียหายจากการดำเนินการดังกล่าว สามารถใช้สิทธิในฐานะผู้เสียหายยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ตเพื่อขอความเป็นธรรมได้ หรือหากประสงค์จะหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีในชั้นศาล ยังสามารถยื่นคำร้องต่อสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้อีกช่องทางหนึ่ง
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนที่ดินและแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดิน พบว่าเป็นพื้นที่จำหน่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบเขตระวังที่ดิน โดยผู้มีส่วนได้เสียสามารถใช้สิทธิยื่นคำขอคัดค้านการสอบเขตรังวัดดังกล่าวได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ 2 มี.ค. 2569 อันระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
จังหวัดภูเก็ต โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม พร้อมให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกฝ่ายตามกฎหมายต่อไป



