Expedia

สส.ภูเก็ตเรียกร้องเหตุดินสไลด์กะรนคร่า 13 ชีวิต ผ่านมา 1 ปี คดีไม่คืบ ไร้การเยียวยา

ภูเก็ต - สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เรียกร้องเหตุดินสไลด์ ต.กะรน ผ่านมา 1 ปี คดีไม่มีความคืบหน้า ผู้เสียหายไม่ได้รับการเยียวยา พร้อมกับฝากถึงผู้ที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ดังกล่าว ให้มีความสำนึกในชีวิตของผู้ที่สูญเสียชีวิตด้วย

ข่าวภูเก็ต

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2568, เวลา 15:11 น.

ภาพ เฟซบุ๊ก เฉลิมพงศ์ แสงดี

ภาพ เฟซบุ๊ก เฉลิมพงศ์ แสงดี

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.68 เวลา 13.55 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายเฉลิมพงศ์ แสงดี พร้อมด้วย นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส.จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน แถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 มีเหตุดินโคลนถล่มในพื้นที่ตำบลกะรน โดยเฉพาะซอยปฏัก 2 และปฏัก 8 ได้รับผลกระทบมากที่สุด นำไปสู่การสูญเสีย จำนวน 13 ศพ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถึงแม้ว่าเทศบาลตำบลกะรนจะมีการช่วยเหลือตามระเบียบและหน้าที่ไปแล้ว แต่ความสูญเสียครั้งนั้น ยังคงส่งผลกระทบทางจิตใจที่มิอาจประเมินค่าได้ 

ผู้ที่ได้รับผลกระทบยังไม่ได้รับการเยียวยา อาทิ สิ่งปลูกสร้างและบ้านเรือนที่เสียหายนับล้านบาท เจ้าของยังไม่สามารถหาเงินส่วนอื่นมาซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ได้ ผู้ที่สูญเสียชีวิตได้รับการช่วยเหลือเพียงหลักหมื่นบาท แรงงานต่างด้าวเสียชีวิตทั้งครอบครัว และคู่รักต่างชาติมาฮันนีมูนที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว 

ซึ่งในปัจจุบันผู้ได้รับผลกระทบที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องหาเงินเพื่อนำไปวางประกันในศาล เพื่อที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับมูลนิธิที่มีการก่อสร้างในวัดพระใหญ่ที่บุกรุกพื้นที่ 5 ไร่ จนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสีย โดยมีสภาทนายความจังหวัดภูเก็ต คอยให้คำปรึกษาและดำเนินการช่วยเหลือ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด แต่กลับมีพระสมณศักดิ์ชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต ให้กรมศาสนาขออนุญาตกรมป่าไม้ ดำเนินการเปิดวัดพระใหญ่อีกครั้ง ภายหลังจากมีคำสั่งปิดไป 

ซึ่งตนไม่เห็นด้วยในการนำพระพุทธศาสนามาหารายได้ ทั้งที่คดียังไม่มีความคืบหน้า และผู้เสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด อีกทั้งมีการบีบบังคับพระในพื้นที่ให้เซ็นอนุญาตตามมาตรการของกรมป่าไม้ โดยมีพระสมณศักดิ์ชั้นผู้ใหญ่อยู่เบื้องหลัง จึงขอเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการหาแนวทาง ป้องกันเหตุการณ์ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำในอนาคต ไม่ให้นำพระพุทธศาสนามาหารายได้กับบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือผู้ที่ตั้งตัวเป็นมูลนิธิ จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิที่ประกอบการเกี่ยวกับวัดพระใหญ่ 

“นอกจากนี้ คดีดังกล่าว ยังไม่ได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ อัยการ รวมถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทั้งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้ชัดแล้วว่าแนวเหตุของดินสไลด์มาจากการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ 5 ไร่ ที่ไม่ได้รับอนุญาต และการสร้างอาคารโดยไม่ขออนุญาต ใครอนุญาตให้ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เสียหาย” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว

นายฐิติกันต์ กล่าวเสริมว่า ในมุมของคณะ กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้นำเรื่องนี้มาพิจารณาในที่ประชุมหลายครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในการที่จะให้กรมป่าไม้เพิกถอนใบอนุญาต เพราะการขออนุญาตนั้น เดิมขอโดยวัด แต่ต่อมาทางมูลนิธิซึ่งเป็นเอกชนนำมาใช้ ถือว่าขัดต่อระเบียบการใช้อนุญาตพื้นที่ป่า ดังนั้น ต้องสืบสวนต่อไปว่าเหตุใดจึงมีการปล่อยปละละเลยให้การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น 

“นอกจากนี้ การขยายพื้นที่ก่อสร้างใหม่จนเป็นเหตุให้เกิดดินสไลด์ เหตุใดจึงยังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบ สั่งรื้อถอน ทำลายสิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงขอฝากไปยังผู้ที่รับผิดชอบว่า การที่อ้างว่าทำเพื่อพระพุทธศาสนาแต่ในทางกลับกันมีผู้เสียชีวิตถึง 13 ราย แต่ไร้ซึ่งการรับผิดชอบเยียวยาใด ๆ ฝากให้ผู้ที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ดังกล่าว มีความสำนึกในชีวิตของเพื่อนพี่น้องที่สูญเสียชีวิตด้วย” นายฐิติกันต์ กล่าว



 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่