นายเฉลิมพงศ์ เปิดเผยว่า จากผลการตรวจสอบพบผู้กระทำความผิด ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง 1 ตัว เป็นนางอายหรือลิงลม, กระเป๋าสะพาย 1 ใบ พร้อมอาวุธมีด 2 เล่ม, เหล็กงูดฉลาม (ข้ออ้อย) 1 เล่ม และจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าจับกุม
ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิ์และดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหามีพฤติกรรมครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2535 มีโทษปรับสูงสุด 500,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี
ทั้งนี้ สัตว์ป่าที่ถูกจับกุมได้ถูกนำส่งศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงา เพื่อฟื้นฟูและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป
- บุกจับคนนำลิงลมเร่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ สส.เผยเคยถูกจับไม่ถึงเดือน
- เตือน! ซื้อนางอายปล่อยป่าเพราะสงสาร เท่ากับส่งเสริมขบวนการค้าสัตว์ผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการลักลอบครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองถือเป็นความผิดร้ายแรง การจับกุมครั้งนี้เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าของประเทศ
และต้องขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของจังหวัดภูเก็ต เพราะก่อนหน้านี้ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว ได้เคยกล่าวกับ ข่าวภูเก็ต ไว้แล้วว่า “นางอายเป็นสัตว์ที่ออกหากินเวลากลางคืน และจะนอนหลับในตอนกลางวัน เพราะฉะนั้นการที่ผู้ประกอบการนำเอานางอายออกมาโชว์และเคลื่อนไหวตัวในเวลากลางวันนั้นถือเป็นการผิดธรรมชาติ ซึ่งจะสามารถส่งผลต่อสุขภาพนางอายเหล่านั้นได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่ามีนางอายบางตัวที่ทางเจ้าหน้าที่รับมาไว้ในความดูแลเกิดความผิดปกติกับสายตาจนถึงขั้นตาบอด เนื่องจากถูกนำมาเป็นเครื่องมือทำมาหากินในเวลากลางวัน เพื่อทำรายได้ให้แก่มนุษย์” (อ่านเพิ่มเติม คลิก)


