เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้า ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดภูเก็ต (ศปถ.) ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาสกร สนธิกุล รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อขับเคลื่อนมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์
ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ ซึ่งพบว่าในช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2569 มีผู้เสียชีวิตรวม 54 ราย โดยกลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือวัยทำงานและวัยรุ่น อายุ 15–34 ปี ขณะที่พื้นที่เสี่ยง กระจุกตัวใน ต.ศรีสุนทร ฉลอง และวิชิต การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติประสบอุบัติเหตุสูงในช่วงเวลากลางคืนจากความไม่ชินเส้นทางและการใช้รถเช่า โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ขณะที่คนในพื้นที่มักเกิดอุบัติเหตุในช่วงเย็นจากการขับขี่ประมาท เช่น การตัดหน้า หรือกลับรถกะทันหัน นอกจากนี้ ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดที่มีถนนคดเคี้ยวและลาดชัน ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำการสื่อสารเชิงรุกไปยัง “กลุ่มแรงงาน” โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจัง ทั้งการสวมหมวกนิรภัย และงดพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะ “เมาแล้วขับ” พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงแคมป์คนงานอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ระดับอำเภอ จัดทำฐานข้อมูลอุบัติเหตุย้อนหลัง 5 ปี เพื่อนำมาวิเคราะห์เชิงลึก แยกตามพื้นที่และปัจจัยเสี่ยง ก่อนนำไปกำหนดแผนปฏิบัติการที่ตรงจุดและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
ด้านสถานการณ์อุบัติเหตุ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขสะท้อนว่า ผู้ป่วยในตึกอุบัติเหตุของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มากกว่าครึ่งมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุทางถนน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหายังคงอยู่ในระดับสูง จำเป็นต้องใช้มาตรการเชิงรุกควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในส่วนของมาตรการทางบก ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจ (สภ.) กำหนด “จุดเสี่ยง” อย่างน้อยสถานีละ 2 จุด เพื่อวางแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ พร้อมยกระดับมาตรการตรวจเข้มทั้งผู้ให้บริการรถเช่าและผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันจะมีการนำเทคโนโลยี “Phuket Eye” มาใช้ในการตรวจจับและวิเคราะห์พฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายจราจรอย่างเป็นระบบ
ในส่วนของมาตรการทางน้ำ ที่ประชุมได้เน้นย้ำการยกระดับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะการตรวจสอบสารเสพติดในกลุ่มลูกเรือ คนขับเรือ และผู้ประจำเรืออย่างเข้มงวด ควบคู่กับการกำกับดูแลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการมึนเมา
นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงแนวทางในการกำหนดมาตรการควบคุมการใช้เจ็ตสกีอย่างชัดเจน โดยจำกัดช่วงเวลาในการใช้งานไม่เกิน 18.00 น. เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ และสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ใช้มาตรการทางกฎหมาย เทคโนโลยี และการสื่อสารสาธารณะควบคู่กัน เพื่อมุ่งลดอุบัติเหตุทั้งทางถนนและทางน้ำอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว


