โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม อาทิ สำนักงานจังหวัดภูเก็ต สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลภูเก็ต สำนักงานสถิติจังหวัด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และบริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง ร่วมกันหารือแนวทางพัฒนาฐานข้อมูลกลางของจังหวัด
การประชุมมุ่งเน้นการพัฒนาเว็บไซต์ data.phuket.go.th ให้เป็น “ฐานข้อมูลกลางของจังหวัดภูเก็ต” เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญจากทุกภาคส่วน เชื่อมโยงฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ และจัดทำระบบข้อมูลที่สามารถใช้ในการบริหารจัดการเมืองอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดผู้รับผิดชอบข้อมูลของแต่ละหมวดไว้อย่างชัดเจน ครอบคลุม 6 ด้านหลัก ได้แก่ การจัดการขยะ การจัดการน้ำ การใช้ที่ดินภาครัฐ การจราจร การอุตสาหกรรม และการจัดการแรงงานต่างชาติ เพื่อให้ข้อมูลของจังหวัดมีความครบถ้วน ทันสมัย และพร้อมต่อการนำไปใช้วิเคราะห์เชิงนโยบาย
ที่ประชุมยังได้หารือการขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองอัจฉริยะ ‘Smart City’ อย่างจริงจัง ผ่านแนวทางการธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ Data-Driven Governance โดยเน้นการพัฒนาระบบ Dashboard จังหวัดภูเก็ต และแพลตฟอร์ม data.phuket.go.th ให้เป็นแหล่งข้อมูลกลางที่รวมข้อมูลด้านจราจร น้ำ ความปลอดภัย และการบริหารจัดการเมืองในมิติต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญ เช่น การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจคุณภาพน้ำในคลองบางใหญ่ เพื่อมอนิเตอร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์
ในด้าน Smart Living เพื่อการใช้ชีวิตที่ชาญฉลาดและมีคุณภาพ ที่ประชุมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเร่งรัดการเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งเข้าสู่ศูนย์กลางการควบคุม เพื่อเตรียมก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (IOC) ภายใต้โครงการ Phuket Eye รวมถึงการบังคับใช้ระบบ Smart Pier เต็มรูปแบบที่ท่าเรือฉลองในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมเรือและผู้โดยสาร นอกจากนี้ ยังผลักดันเทคโนโลยีติดตามเจ็ทสกี และการขยายบริการ Telemedicine หรือระบบการแพทย์ทางไกล สู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
ในด้าน Smart Mobility หรือโครงข่ายการสัญจรอัจฉริยะ มีการติดตั้งระบบ GPS Tracking บนรถ EV Bus เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งสาธารณะ ส่วนด้าน Smart Economy หรือเศรษฐกิจอัจฉริยะ ได้มีการพัฒนาแรงงานและบุคลากรยุคใหม่ผ่านโรงเรียนสอนเขียนโค้ดกว่า 30 แห่ง ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อผลักดันภูเก็ตสู่ “Tinicon Valley” ในอนาคต
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน จัดลำดับความสำคัญของงาน ว่าด้านใดดำเนินการได้ทันที ด้านใดต้องทำตามลำดับขั้นตอนและต้องทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะงานเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนและจัดทำแผนปฏิบัติการระยะสั้นที่ดำเนินการได้ทันที อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการจัดการขยะในแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล
สำหรับเรื่องความปลอดภัย ผู้ว่าฯ ได้กล่าวถึงการหารือกับเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ซึ่งต่างให้ความสำคัญต่อมาตรฐานความปลอดภัยของภูเก็ต โดยเน้นว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ภูเก็ตสามารถเป็นต้นแบบด้านความปลอดภัยได้อย่างแน่นอน



