Expedia
Expedia

ภูเก็ตร่วมประชุมติดตามแผ่นดินไหว เร่งเฝ้าระวัง–พัฒนาระบบแจ้งเตือน ไทยยังเกณฑ์ปกติ

ภูเก็ต - วันนี้ (4 มี.ค. 2569) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จัดประชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย ในเวลา 10.00 - 12.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเชื่อมต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทั่วประเทศ

ข่าวภูเก็ตประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569, เวลา 13:00 น.

โดยมี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม สำหรับจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายจรัญ ขวัญแก้ว รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่

ที่ประชุมรับทราบรายงานจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเทศไทยตรวจพบแผ่นดินไหวรวม 29 ครั้ง ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 เป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ต่ำกว่า 3.0 แมกนิจูด และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยจุดที่เกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง รวมถึงบางพื้นที่ในภาคใต้ เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง

ด้าน กรมทรัพยากรธรณี รายงานว่า จากสถิติในช่วงปี 2557–2569 ประเทศไทยตรวจวัดแผ่นดินไหวได้กว่า 3,000 ครั้ง โดยเกือบร้อยละ 90 เป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็กต่ำกว่า 3.0 แมกนิจูด ขณะที่แผ่นดินไหวขนาด 5.0–5.9 แมกนิจูด เคยเกิดขึ้น 8 ครั้งในอดีต ซึ่งบางเหตุการณ์ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้ศูนย์กลาง ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการศึกษารอยเลื่อนมีพลังทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการประเมินเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงแผนที่เสี่ยงภัยให้สอดคล้องกับข้อมูลวิชาการล่าสุด

ในส่วนการเฝ้าระวังผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเขื่อนและอาคารสำคัญ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรายงานข้อมูล ได้แก่ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ยืนยันว่า ยังไม่พบผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนขนาดใหญ่และโครงสร้างหลักของประเทศ

นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้รายงานความคืบหน้าการพัฒนาระบบแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนประชาชนอย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง โดยที่ประชุมย้ำว่า แม้ช่วงที่ผ่านมาอาจมีการรับรู้เหตุการณ์ถี่ขึ้น เนื่องจากการพัฒนาเครือข่ายสถานีตรวจวัดที่มีความหนาแน่นและแม่นยำมากขึ้น แต่ข้อมูลเชิงวิชาการยังชี้ว่า สถานการณ์แผ่นดินไหวของประเทศไทยอยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานจะบูรณาการทำงานร่วมกัน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งสร้างการรับรู้และเตรียมความพร้อมของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต




 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่