โดยมี นายแพทย์ดุษฎี คงตระกูลทรัพย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และคณะกรรมการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางเฝ้าระวัง คัดกรอง และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
“ภูเก็ตเป็นประตูสู่นานาชาติที่มีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศจำนวนมาก จึงต้องทำหน้าที่เป็นด่านหน้าตามสเต็ปอย่างเคร่งครัด โดยรับปฏิบัติทันทีหลังกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดประเทศที่มีการแพร่ระบาด ซึ่งมาตรการกักตัวนี้จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างรัดกุม” นายนิรัตน์ กล่าว
"เราเคยมีประสบการณ์ตรงจากเหตุการณ์โควิด-19 เราจึงต้องไม่ประมาท มีมาตรการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและเฝ้าระวังป้องกันที่เข้มแข็งเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย"
ด้าน นพ.ดุษฎี ชี้แจงถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า ปัจจุบันมีผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศเสี่ยงพักอยู่ในภูเก็ตประมาณ 11 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวปกติ ที่ไม่มีอาการป่วยและอยู่ในระบบติดตามของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม มาตรการใหม่ที่เพิ่มความเข้มงวดระดับสูงสุดคือ "ผู้เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงจะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 21 วันทันทีเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย"
นอกจากนี้ ในระดับชาติมีมาตรการเตรียมปรับเปลี่ยนให้เที่ยวบินจากประเทศเสี่ยงบินไปลงที่สนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว ซึ่งภูเก็ตจะทำหน้าที่ตั้งรับและจัดการกลุ่มที่อาจหลงเหลืออย่างรัดกุม เผย ’อีโบลา’ ไม่แพร่กระจายทางอากาศเหมือนโควิด โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา มีความแตกต่างจากโควิด-19 อย่างสิ้นเชิง โดยโรคนี้จะไม่แพร่กระจายผ่านทางเดินหายใจหรือการไอจามในอากาศแต่จะติดต่อผ่าน "การสัมผัสโดยตรง" กับเลือด สารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย) หรือของเหลวจากร่างกายของผู้ป่วยที่แสดงอาการแล้วเท่านั้น ส่วนใหญ่จึงจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้ดูแลใกล้ชิดในครอบครัว
เชื้อไวรัสอีโบลามีระยะฟักตัวประมาณ 2–21 วัน สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเฉพาะและการรักษาจะเป็นไปตามอาการ ร่างกายจะรอดชีวิตหรือไม่ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของคนไข้ โดยในอดีตเคยมีอัตราป่วยตายสูงถึงร้อยละ 39.5 - 66 ขณะที่สถานการณ์การระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีอัตราป่วยตาย (CFR) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 - 32.5 (ย้ำว่าปัจจุบันยังไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยหรือผู้ป่วยสงสัยโรคอีโบลาในประเทศไทย)
ขณะที่ นายเรวัต ระบุว่า หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และภาคเอกชนทั้งหมด ได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และจากประสบการณ์การรับมือโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ทุกภาคส่วนมีความเชื่อมั่นในระบบการดูแลของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรการของจังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ นายก อบจ. ได้เน้นย้ำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐ ผ่านช่องทางสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตและสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของข่าวลือหรือข่าวปลอม ที่จะสร้างความตื่นตระหนก และร่วมกันสร้างความมั่นใจในการเดินหน้าเศรษฐกิจควบคู่กับความปลอดภัยทางสุขภาพสูงสุด



