เป็นประธานการประชุมเตรียมการกู้เรือและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว ณ ห้องประชุมกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 แหลมพันวา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อบูรณาการข้อมูล กำหนดมาตรการ และวางแผนปฏิบัติการพร้อมแผนสำรองรองรับทุกสถานการณ์ ได้แก่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ประมงจังหวัดภูเก็ต ด่านศุลกากรภูเก็ต ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 23 (ภูเก็ต) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน และดำเนินงานตามกรอบอำนาจของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด
ขณะนี้สถานการณ์เรือพบว่าตัวเรือเอียงประมาณ 10 องศา แม้จะยังควบคุมได้ในภาพรวม แต่มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตู้สินค้าอันตรายจำนวน 14 ตู้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเคมีภัณฑ์ เช่น ไฮโดรเจน เรซิน และเอทิลแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ยืนยันว่า สารดังกล่าวยังไม่กระจายในผิวน้ำ และไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง หากประชาชนไม่เข้าใกล้ จะไม่เกิดอันตราย จึงขอให้พี่น้องประชาชน ชาวประมง ยังไม่ต้องวิตกกังวลในส่วนนี้
ในด้านมลพิษทางทะเล พบคราบน้ำมันลักษณะใสปนสีดำเล็กน้อย โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 3 ไมล์ทะเล ซึ่งถือว่าอยู่ในระยะที่ต้องเฝ้าระวัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดตั้งระบบการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (Emergency Response) และดำเนินการควบคุมและขจัดคราบน้ำมันไปแล้วบางส่วน พร้อมเร่งรัดอุดท่อน้ำมันและยับยั้งการรั่วไหลอย่างเบ็ดเสร็จ ควบคู่กับแผนเก็บกู้ตู้สินค้าอันตรายทั้งหมดออกจากพื้นที่
ภารกิจได้แบ่งการดำเนินงานเป็นแต่ละระยะ(แบ่งเป็นเฟส) อย่างชัดเจน พร้อมกำหนดแผนสำรองกรณีเกิดสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนทิศทางในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งอาจเพิ่มระดับความเสี่ยง จึงต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ภายหลังการประชุม ได้มีการแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตยืนยันว่า แม้อำนาจหลักในการควบคุมเหตุการณ์จะอยู่ภายใต้ ศรชล. ภาค 3 แต่จังหวัดได้บูรณาการทุกหน่วยในพื้นที่เข้าร่วมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง มีการประเมินสถานการณ์รายวัน ปรับแผนให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับ และติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลและคุณภาพชายหาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและปลอดภัย
ในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ยืนยันว่า ไม่มีการยกเลิกการเดินทางหรือการเข้าพักที่มีนัยสำคัญต่อจังหวัด ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวยังเป็นไปตามปกติ พร้อมบริหารจัดการข้อมูลและสื่อสารกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ บริษัทเจ้าของเรือได้แต่งตั้งตัวแทนในประเทศเป็นช่องทางประสานงานอย่างเป็นทางการ และมีระบบประกันภัยรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณของภาครัฐ โดยทุกหน่วยงานยืนยันเดินหน้าภารกิจตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด พร้อมแผนสำรองรองรับทุกความเสี่ยง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างเต็มที่


