Expedia

ภูเก็ตเร่งกู้เรือเต็มกำลัง วางแผนรัดกุมคู่แผนสำรอง ย้ำไม่ต้องวิตกสารอันตราย

ภูเก็ต - วันนี้ (19 ก.พ. 2569) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พลเรือโทวีรุดม ม่วงจีน ผู้อำนวยการ ศรชล. ภาค 3 และผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง

ข่าวภูเก็ตประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569, เวลา 16:28 น.

เป็นประธานการประชุมเตรียมการกู้เรือและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว ณ ห้องประชุมกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 แหลมพันวา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อบูรณาการข้อมูล กำหนดมาตรการ และวางแผนปฏิบัติการพร้อมแผนสำรองรองรับทุกสถานการณ์ ได้แก่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ประมงจังหวัดภูเก็ต ด่านศุลกากรภูเก็ต ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 23 (ภูเก็ต) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน และดำเนินงานตามกรอบอำนาจของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด

ขณะนี้สถานการณ์เรือพบว่าตัวเรือเอียงประมาณ 10 องศา แม้จะยังควบคุมได้ในภาพรวม แต่มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตู้สินค้าอันตรายจำนวน 14 ตู้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเคมีภัณฑ์ เช่น ไฮโดรเจน เรซิน และเอทิลแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ยืนยันว่า สารดังกล่าวยังไม่กระจายในผิวน้ำ และไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง หากประชาชนไม่เข้าใกล้ จะไม่เกิดอันตราย จึงขอให้พี่น้องประชาชน ชาวประมง ยังไม่ต้องวิตกกังวลในส่วนนี้

ในด้านมลพิษทางทะเล พบคราบน้ำมันลักษณะใสปนสีดำเล็กน้อย โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 3 ไมล์ทะเล ซึ่งถือว่าอยู่ในระยะที่ต้องเฝ้าระวัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดตั้งระบบการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (Emergency Response) และดำเนินการควบคุมและขจัดคราบน้ำมันไปแล้วบางส่วน พร้อมเร่งรัดอุดท่อน้ำมันและยับยั้งการรั่วไหลอย่างเบ็ดเสร็จ ควบคู่กับแผนเก็บกู้ตู้สินค้าอันตรายทั้งหมดออกจากพื้นที่

ภารกิจได้แบ่งการดำเนินงานเป็นแต่ละระยะ(แบ่งเป็นเฟส) อย่างชัดเจน พร้อมกำหนดแผนสำรองกรณีเกิดสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนทิศทางในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งอาจเพิ่มระดับความเสี่ยง จึงต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ

ภายหลังการประชุม ได้มีการแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตยืนยันว่า แม้อำนาจหลักในการควบคุมเหตุการณ์จะอยู่ภายใต้ ศรชล. ภาค 3 แต่จังหวัดได้บูรณาการทุกหน่วยในพื้นที่เข้าร่วมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง มีการประเมินสถานการณ์รายวัน ปรับแผนให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับ และติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลและคุณภาพชายหาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและปลอดภัย

ในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ยืนยันว่า ไม่มีการยกเลิกการเดินทางหรือการเข้าพักที่มีนัยสำคัญต่อจังหวัด ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวยังเป็นไปตามปกติ พร้อมบริหารจัดการข้อมูลและสื่อสารกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ บริษัทเจ้าของเรือได้แต่งตั้งตัวแทนในประเทศเป็นช่องทางประสานงานอย่างเป็นทางการ และมีระบบประกันภัยรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณของภาครัฐ โดยทุกหน่วยงานยืนยันเดินหน้าภารกิจตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด พร้อมแผนสำรองรองรับทุกความเสี่ยง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างเต็มที่




 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่