สส.เฉลิมพงศ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากกรณีอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตเปิดหลักฐานแชทไลน์หนึ่งเดือนก่อนการเลือกตั้ง โดยเนื้อหาเป็นการรายงานผลโพลของการเลือกตั้งในพื้นที่ โดย นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้พิมพ์ข้อความสั่งการว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” และอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตตอบกลับว่า “100% ครับนาย”
ซึ่งหากข้อความดังกล่าวเป็นของจริง ถือเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ช่วยเหลือพรรคการเมือง อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฝ่าฝืนหลักความเป็นกลางทางการเมืองของข้าราชการ และอาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงเรียกร้องให้ ป.ป.ช. และ กกต. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คำว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในช่วงเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องตีความมากนักว่าหมายถึงพรรคการเมืองใด และสะท้อนปัญหาการแทรกแซงทางการเมืองในระบบราชการ ซึ่งขัดต่อหลักการที่ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง
“ประเด็นหลักคือการที่อธิบดีกรมการปกครอง ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ช่วยเหลือพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน มาตรา 82(9) ว่าด้วยการวางตนเป็นกลางทางการเมือง และผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สส. มาตรา 78 รวมถึงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 172 ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. โดยขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และขอให้ กกต. ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด”
นอกจากนี้ยังอ้างถึงกรณีอื่นในภูเก็ตที่ถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้สมัครบางพรรคทางการเมือง พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจมีการสั่งการเป็นระบบ และข้าราชการที่ไม่ปฏิบัติตามอาจถูกกลั่นแกล้งหรือโยกย้าย จึงควรได้รับความเป็นธรรม
ทั้งนี้ นายเฉลิมพงศ์ เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของแชตไลน์และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป
“ผมขอฝากถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าทำไมจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบในกรณีนี้ ทั้งที่นายกฯ เป็นคนสั่งการเองว่าข้าราชการควรวางตนเป็นกลางและเก็บความรู้สึกส่วนตัวไว้เบื้องหลัง อันที่จริงทราบมาว่าท่านนายกอนุทิน ก็ไม่ค่อยพอใจกับพฤติกรรมของอธิบดีคนนี้ เพราะดูเหมือนว่าท่าน อธิบดี จะสนองนโยบาย ของปราสาทสายฟ้า มากกว่านโยบายของรัฐบาล” สส.เฉลิมพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย



