Expedia

ไทยทบทวนยกเลิกสิทธิพำนัก 60 วัน ปรับเป็น 30 และ 15 วัน 

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า ยกเลิกสิทธิพำนัก 60 วัน ปรับเป็น 30 และ 15 วัน ป้องกันอาชญากรรม–ความมั่นคง 

ข่าวภูเก็ต

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569, เวลา 10:15 น.

ภาพ กรมประชาสัมพันธ์

ภาพ กรมประชาสัมพันธ์

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราและการให้สิทธิการตรวจลงตราของไทยเพิ่มเติม ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ เพื่อให้การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ป้องกันการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ และยึดหลัก “1 ประเทศ 1 สิทธิ” โดยยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราแบบพำนักไม่เกิน 60 วันสำหรับ 93 ประเทศและดินแดน พร้อมปรับสิทธิใหม่ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ

โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และหลักต่างตอบแทน ซึ่งมาตรการใหม่กำหนดให้ 59 ประเทศและดินแดนได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวและพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน โดยเพิ่มสิทธิให้ 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย โครเอเชีย บัลแกเรีย ไซปรัส มอลตา และมัลดีฟส์

ส่งผลให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศได้รับสิทธิในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเจรจายกเว้นวีซ่าเชงเกนสำหรับคนไทย และการจัดทำความตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ให้มอริเชียสและเซเชลส์ได้รับสิทธิพำนักเพื่อการท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน และกำหนดให้สิทธิการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival ใน 3 ประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน เบลารุส และเซอร์เบีย

Berda Claude International School of Phuket (BCIS)

ยกเลิกสิทธิ Visa on Arrival ของอินเดีย เพื่อไม่ให้เกิดสิทธิซ้ำซ้อน ภายหลังการทบทวน จะมีประเทศและดินแดนที่ได้รับสิทธิตามมาตรการต่าง ๆ รวม 65 ประเทศและดินแดน โดยร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง 5 ฉบับ จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 15 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยก่อนมาตรการใหม่มีผลใช้บังคับยังคงพำนักได้ตามสิทธิเดิมที่เหลืออยู่ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงจะยกระดับระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) เพื่อคัดกรองประวัติและตรวจสอบการเดินทางเข้า–ออกของชาวต่างชาติ การทบทวนมาตรการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งลดโอกาสด้านการท่องเที่ยว แต่ป้องกันไม่ให้มาตรการด้านวีซ่าถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย

ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์

 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่