หลังรับแจ้งจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวให้เช่าชั้นเดียว ห้องต้นเพลิงคือห้องเช่าหมายเลข 14 ในที่เกิดแหตุพบ น.ส.กชกร อายุ 45 ปี แสดงตัวเป็นผู้เช่าห้องดังกล่าว จากการสอบถามทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนของวันที่ 18 พ.ค. เวลาประมาณ 03.30 น. บริเวณห้องแถวที่เกิดเหตุดังกล่าวไฟฟ้าดับทั้งหมด
ต่อมาเวลาประมาณ 05.38 น. ขณะที่ไฟฟ้ายังดับอยู่ น.ส.กชกร ได้เดินออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน ซึ่งอยู่ห่างจากห้องพักที่เกิดเหตุประมาณ 260 เมตร และได้เดินกลับมาถึงห้องพักของตนในเวลาประมาณ 06.20 น. น.ส.กชกร จึงทราบว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังช่วยกันดับไฟห้องพักของตนอยู่ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถดับไฟได้ทัน ทำให้ไฟไม่ลามไปห้องข้างเคียง แต่ห้องพักของ น.ส.กชกรได้รับความเสียหาย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนทรัพยสินที่ได้รับความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุไฟไหม้ พนักงานสอบสวนจึงได้ตรวจที่เกิดเหตุ บันทึกที่เกิดเหตุและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อหาสาเหตุของไฟไหม้ต่อไป
ก่อนหน้านี้เกิดเหตุไฟไหม้ในพื้นที่ป่าตอง สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้อยู่อาศัยจากเหตุเพลิงไหม้ตึก 8 ชั้น ผู้พักอาศัยหนีตายอลหม่าน
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 00.46 น. ร.ต.ท.(หญิง)ศีดา พรมทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ป่าตอง ได้รับแจ้งว่า มีเหตุเพลิงไหม้ ร้านนวดบริเวณปากซอยน้ำเสีย ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ขอให้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วย
หลังรับแจ้งจึงได้รายงานให้พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ ผกก.สภ.ป่าตอง ทราบจึงพร้อมด้วย สายตรวจ ชุด สืบสวน เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองป่าตอง กำลังเข้าควบคุมเพลิง เพลิง ตึกอาคาร 8 ชั้น เปิดเป็นร้านนวด ร้านอาหาร และห้องพักมีผู้พักอาศัย ในเวลาต่อมาสามารถควบคุมเพลิงได้ แล้วมีผู้พักอาศัยได้รับบาดเจ็บคือ น.ส.ชนกชนนท์ มีแผลถลอกและปวดหลัง เนื่องจากตกใจวิ่งหนีควัน และ น.ส.ดาว มีอาการสำลักควัน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ เข้าช่วยเหลือก่อนปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ส่วนทรัพย์สินเสียหายต่าง เป็นจำพวกของใช้ภายในครัวร้านอาหารชั้น 1
สอบสวนเบื้องต้นผู้พักอาศัยให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีลมพายุฝนแรงจากนั้นได้ยินเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าหลังตึกมีเสียงระเบิด ก่อนกลุ่มควันลอยพวยพุ่งทั่วทั้งอาคารและเกิดเพลิงไหม้ สาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ตเข้าตรวจสอบหาสาเหตุ ก่อนประเมินทรัพย์สินค่าเสียหายต่อไป



