ผู้ต้องหารายดังกล่าวถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน อันเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดของผู้อื่นโดยมิชอบ”
ต่อมา พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และ พ.ต.ท.กันต์ อักษรทอง ก่อนร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบบริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนบางใหญ่ ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
ที่เกิดเหตุพบ นายชมธวัช พลายอินทร์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ ถนนรามอินทรา ซอยรามอินทรา 83 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและควบคุมตัว พร้อมนำส่งตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตเพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต กรณีเข้ารับบริการจากคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต โดยภายหลังพบว่ามีภาระค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ได้รับการชี้แจงก่อนตัดสินใจใช้บริการ รวมมูลค่าความเสียหายที่ผู้เสียหายประเมินไว้กว่า 3,700,000 บาท กระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับดังกล่าว
เบื้องต้นนายชมธวัช ให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป



