Expedia

ขับเร็ว เมา ไม่สวมหมวก สาเหตุหลักช่วงครึ่งปีแรกภูเก็ต เสียชีวิต 92 เจ็บ 14,102

ภูเก็ต - “พฤติกรรมของมนุษย์” ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตบนท้องถนนในจังหวัดภูเก็ต เพราะจากข้อมูลล่าสุดพบว่าเพียงผ่านช่วงครึ่งปีแรก 2569 มาไม่นานภูเก็ตบันทึกจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 92 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 14,000 คน แม้ว่าจะมีการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและแคมเปญความปลอดภัยทางถนนมาตลอดหลายปีแล้วก็ตาม

ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2569, เวลา 09:00 น.

ตัวเลขเหล่านี้เน้นย้ำถึงความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในภูเก็ต หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมที่สุดของประเทศไทย ที่ซึ่งผู้พักอาศัย แรงงานต่างด้าว และผู้มาเยือนหลายล้านคน ใช้ถนนร่วมกันและมีจำนวนรถจักรยานยนต์ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ บนท้องถนน

ตามข้อมูลในระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บทางถนน ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ปีนี้ภูเก็ตบันทึกจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ 14,109 คน ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 4 ก.ค. 2569 ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยนอก 7,238 ราย ผู้ป่วยในที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล 6,871 ราย และมีผู้เสียชีวิตกว่า 92 ราย

สถิติเผยให้เห็นถึงวิกฤตความปลอดภัยทางถนนที่ยังคงมีอยู่บนเกาะแห่งนี้ โดยทางผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า ปัจจัยความเสี่ยงสูงสุดไม่ได้มาจากการขาดความตระหนักรู้ แต่มาจากพฤติกรรมที่เป็นอันตรายที่ควบคุมอยู่บนแฮนด์รถและหลังพวงมาลัย

“ปัญหาหลักในภูเก็ตคือการที่เราไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่เพียงพอ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมรถจักรยานยนต์จึงเป็นรูปแบบการขนส่งหลัก สำหรับทั้งแรงงานและนักท่องเที่ยว” นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ ผู้จัดการแผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลกด้านความปลอดภัยทางถนน และ รองประธาน สอจร. กล่าว

แม้ว่าภูเก็ตไม่ได้อยู่ในกลุ่มท็อป 5 จังหวัดที่มียอดผู้เสียชีวิตสูงที่สุดของประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว นพ.วิวัฒน์ กล่าวว่า เกาะแห่งนี้ยังคงแบกรับภาระการบาดเจ็บทางถนนที่สูงอย่างไม่สมส่วน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร โดยผู้ใช้รถจักรยานยนต์คิดเป็นส่วนใหญ่ของจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรุนแรง

ในระดับประเทศ ไทยบันทึกผู้ได้รับบาดเจ็บทางถนนมากกว่า 582,468 คน และผู้เสียชีวิต 7,957 คนในช่วงเวลาเดียวกัน เฉลี่ยแล้วมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนประมาณ 44 คนต่อวัน และสำหรับภูเก็ตสาเหตุพื้นฐานของอุบัติเหตุที่ตายนั้นยังคงชัดเจน นั่นคือการผสมผสานกันระหว่างความเร็วที่เกินกำหนด การดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้หมวกนิรภัยในระดับต่ำ ยังคงเป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงทั่วทั้งเกาะ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมีข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมายได้ไม่เต็มที่ และป่าตองยังคงเป็นหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายที่สุดสำหรับการบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยทางถนน เพราะจราจรที่หนาแน่นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเช้ามืด จากบริบทของการเป็นย่านบันเทิงหลักของภูเก็ต

“สาเหตุหลักของการบาดเจ็บและเสียชีวิต คือ ขับรถเร็วเกินกำหนด อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือการเมาแล้วขับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนและในกลุ่มนักท่องเที่ยว” นพ.วิวัฒน์ กล่าว “ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และอัตราการสวมหมวกนิรภัยในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตค่อนข้างต่ำ”

ผลลัพธ์ที่ได้คือส่วนผสมที่อันตรายของพฤติกรรมเสี่ยง การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการป้องกันที่ไม่เพียงพอ ซึ่งยังคงคร่าชีวิตผู้คนต่อไป แม้ว่าจะมีความพยายามอย่างต่อเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ก็ตาม

ความเสี่ยงจากวิศวกรรมถนน

ในขณะที่พฤติกรรมของมนุษย์ยังคงเป็นปัจจัยหลัก นพ.วิวัฒน์ กล่าวว่า โครงข่ายถนนของภูเก็ตช่วยขยายผลลัพธ์ของความผิดพลาดให้รุนแรงยิ่งขึ้น ถนนสายหลักหลายสายของเกาะแห่งนี้ถูกออกแบบเมื่อหลายทศวรรษก่อนสำหรับปริมาณการจราจรที่ต่ำกว่านี้มาก และในปัจจุบันต้องรองรับประชากรที่หนาแน่นและการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นมาก

“ถนนหลายสายมีสี่ช่องจราจรหรือหกช่องจราจร โดยตัดผ่านพื้นที่เมืองที่มีชุมชนหนาแน่นตลอดเส้นทาง” เขากล่าว “สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดทางแยกอย่างต่อเนื่อง และสภาพการจราจรที่ปะปนกัน โดยมีรถยนต์เข้าและออกจากถนนซอยตลอดแนวถนนสายหลัก”

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างจุดอันตรายและเกิดอุบัติเหตุ ระหว่างรถจักรยานยนต์ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุกส่งสินค้า และการสัญจรของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลอดเส้นทางหลักที่มีการพัฒนาขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อีกประเด็นหนึ่งคือสภาพภูมิประเทศของภูเก็ต ถนนส่วนใหญ่เป็นถนนลักษณะสามมิติ มีทั้งขึ้นเขา ลงเนิน และมีโค้งจำนวนมาก ไม่ได้เป็นถนนราบตรงเหมือนหลายพื้นที่ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ รวมถึงช่วงฤดูฝน ความลื่นของถนน หรือสภาพโคลนบนผิวทาง ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้

นอกจากนี้ยังรวมถึงฝนตกหนัก พื้นผิวลื่น และโคลนที่ถูกชะล้างลงบนถนน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีความมั่นคงและการปกป้องน้อยกว่าในรถยนต์ขนาดใหญ่

นพ.วิวัฒน์ กล่าวว่า การเบรกอย่างกะทันหันในขณะเข้าโค้ง หรือขณะลงถนนที่ลาดชัน ยังคงเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อยในอุบัติเหตุ จยย.บนทางลาดชันและถนนเปียก นอกจากนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้ขับขี่ที่ขาดประสบการณ์ ไม่คุ้นเคยกับถนนภูเก็ต

Expedia

“สำหรับสภาพถนนของภูเก็ตที่มีทั้งความลื่นและความชัน ระบบ ABS จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก เพราะเมื่อผู้ขับขี่เบรกอย่างเต็มแรง ล้อจะไม่ล็อก ระบบจะทำงานด้วยการจับและปล่อยแรงเบรกอัตโนมัติ ทำให้ยังสามารถควบคุมทิศทางรถได้” นพ.วิวัฒน์ แนะนำ แต่การแก้ปัญหาความปลอดภัยทางถนนนั้น ต้องมองทั้งเรื่องคน ถนน และรถ

มาตรการความปลอดภัย

แม้จะมีสถิติที่น่าเศร้า นพ.วิวัฒน์ กล่าวว่า การเสียชีวิตบนท้องถนนจะลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการผสมผสานกันระหว่างการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น การออกแบบถนนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น และความปลอดภัยของยานพาหนะที่ได้รับการปรับปรุง โดยประมาณการ

ว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพในเรื่องการจำกัดความเร็ว กฎหมายหมวกนิรภัย และกฎระเบียบการเมาแล้วขับ จะสามารถลดการเสียชีวิตและการบาดเจ็บได้มากถึง 30-40%

“หากสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจัง จะช่วยลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ”

นอกจากนี้ จุดกลับรถหรือยูเทิร์นบนถนนสายหลักยังเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้ขับขี่ต้องตัดสินใจร่วมกับรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง การปรับปรุงจุดกลับรถหลายแห่งตลอดระยะทาง 15.6 กิโลเมตรที่ผ่านมา ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้อย่างชัดเจน จากเดิมที่มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละประมาณ 5 คน เหลือเพียง 1 คนในปีที่ผ่านมา

อีกแนวทางหนึ่งคือการส่งเสริมการใช้วงเวียนขนาดเล็กในจุดตัดอันตรายบางแห่ง เช่น บริเวณแยกบางทองในกะทู้ ซึ่งเป็นจุดที่มีหลายทิศทางตัดกัน มีทางเข้าออกหมู่บ้านหลายแห่ง และยังเป็นโค้งที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน การติดตั้งสัญญาณไฟจราจรอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมในทุกกรณี ดังนั้นการออกแบบให้เป็นวงเวียนขนาดเล็กควบคู่กับมาตรการลดความเร็วอาจช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากกว่า หากเป็นเขตเมืองต้องมีการควบคุมความเร็วให้เหมาะสม

สำหรับเรื่องรถ มาตรการที่ยังมีความสำคัญคือการควบคุมรถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบนเส้นทางเขาป่าตองในช่วงเวลาที่มีการจราจรหนาแน่น เพราะเมื่อรถเหล่านี้ต้องใช้เบรกต่อเนื่องเป็นเวลานานระหว่างลงเขา อาจเกิดปัญหาเบรกเสื่อมประสิทธิภาพจนทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

แต่หากถูกบังคับให้เลือกมาตรการเพียงอย่างเดียวที่มีความสามารถในการรักษาชีวิตผู้คนได้เป็นจำนวนมากที่สุด ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า คำตอบนั้นเรียบง่ายมาก “หากทุกคนบนเกาะสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ มันจะสามารถลดผู้เสียชีวิตได้หลายสิบคนต่อปี” เขากล่าว

การรับมือระดับจังหวัด

ในส่วนของมาตรการความปลอดภัยทางถนน ทางจังหวัดยังคงมีโครงการและจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก เพื่อปรับปรุงมาตรการทางวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่มีเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทั่วทั้งเกาะ

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา จังหวัดเปิดการประชุมขอรับจัดสรรเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนประจำปีอนุมัติจัดสรรเงินกองทุน 4 ล้านบาท พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามโครงการ

ในขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายประชาสัมพันธ์ควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน สำหรับประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งโครงการของสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะและผู้ใช้บริการ ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในการลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนบนเกาะภูเก็ต



 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่