Expedia

ขาดงบและการวางแผน ทำให้ภูเก็ตติดอยู่ใน ‘วงจรปัญหา’ วิกฤติขนส่งและความปลอดภัย

ภูเก็ต - จังหวัดภูเก็ตต้องเผชิญกับ “วงจรปัญหา” เรื้อรัง จากการขาดการจัดสรรงบประมาณและการใช้จ่ายเพื่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน 2568, เวลา 09:00 น.

ซึ่งกำลังคุกคามคุณภาพชีวิตของประชาชนและสถานการณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกของจังหวัดภูเก็ต รองศาสตราจารย์ ดร. ชยานนท์ ภู่เจริญ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เปิดเผยกับ The Phuket News

ผศ.ดร.ชยานนท์ กล่าวว่า ระบบขนส่ง คือวงจรปัญหาที่ส่งผลกระทบ เพราะว่า ระบบขนส่งของจังหวัดภูเก็ตที่มีไม่เพียงพอทำให้ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหารถติด อุบัติเหตุ และความไม่พึงพอใจในการใช้ชีวิตประจำวัน 

"ถ้าคุณมองปัญหานี้อย่างจริงจัง คุณจะเห็นว่ามันเป็นวงจรปัญหา ศัพท์ทางเทคนิคคือ vicious cycle" อาจารย์ชยานนท์ กล่าว "เมื่อไม่มีระบบขนส่งที่ดี นักท่องเที่ยวก็ต้องจัดการการเดินทางด้วยตัวเอง ซึ่งมักจะหมายถึงการเช่ามอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์"

"สิ่งนี้ทำให้เกิดปัญหารถติดในจุดสำคัญ ๆ ภูเก็ตมีคนอาศัยอยู่มากกว่า 40,000 คนในพื้นที่เพียง 2.4 ตร.กม. ซึ่งใกล้เคียงกับบางส่วนของกรุงเทพฯ แต่ในกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้า BTS และ MRT ซึ่งเราไม่มี ลองคิดดูว่าคน 40,000 - 45,000 คนเหล่านี้เดินทางไปทำงานในตอนเช้ากันได้อย่างไร ปัญหารถติดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการขาดแคลนระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมของภูเก็ต"

"เมื่อผู้คนไม่สามารถขึ้นรถไฟหรือรถบัสได้ หรือแม้กระทั่งบริการรถบัสที่มีก็อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ พวกเขาก็ต้องขับรถมอเตอร์ไซค์ นั่นก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอีกอย่างหนึ่งคือ ‘อุบัติเหตุ’ อัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนในภูเก็ตนั้นสูงมาก" อ.ชยานนท์ อธิบายเพิ่มเติม “และเมื่อนักท่องเที่ยวเช่ามอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์แล้วขับบนถนนที่ไม่คุ้นเคย โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็ย่อมเพิ่มขึ้นไปด้วย" 

"สิ่งนี้ยังส่งผลกระทบต่อ ’ประสบการณ์คุณภาพ’ ของภูเก็ตในฐานะแหล่งท่องเที่ยว ลองจินตนาการดูว่า นักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงสนามบิน มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอำนวยความสะดวก ซึ่งการรอคิวไม่นานมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทันทีที่พวกเขาออกจากสนามบิน พวกเขาก็ต้องติดอยู่กับรถติดบนถนน" เขากล่าว “นักท่องเที่ยวไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาเจอกับรถติดในระหว่างการพักผ่อนของพวกเขาบนเกาะภูเก็ต"

ความสำคัญสูงสุด 

อ.ชยานนท์เน้นย้ำว่า การอยู่รอดของภูเก็ตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการแข่งขัน นั้นขึ้นอยู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเป็นสำคัญ ซึ่งนั่นคือสิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับภูเก็ตคือการรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาเรียกว่าคุณภาพของประสบการณ์ 

“มันหมายถึง เมื่อคุณไปที่ไหนสักแห่ง คุณจะได้รับประสบการณ์ที่ดี ตั้งแต่ช่วงเวลาที่คุณลงจอดจนถึงช่วงเวลาที่คุณออกเดินทาง ทุกนาทีมีความสำคัญ" เขาอธิบาย "แต่ภูเก็ตขาดงบประมาณที่เพียงพอ และทรัพยากรไม่ได้ถูกจัดสรรเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนคุณภาพประสบการณ์นั้น นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องพิจารณา"

ทางออกของปัญหา

ภูเก็ตมีบุคลากรที่มีความสามารถและมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว อ.ชยานนท์ ชี้ "เอกชนที่เป็นผู้นำทางธุรกิจที่นี่มีการศึกษาดี พวกเขารู้ปัญหาและรู้แนวทางแก้ไข ในช่วงโควิด เราทุกคนได้เรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไร ระบบอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ปัญหาหลักคือการจัดสรรงบประมาณ"

"เพื่อขับเคลื่อนภูเก็ตไปข้างหน้า และแข่งขันกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่กำลังเติบโต เราต้องพูดเป็นเสียงเดียวกัน การจัดสรรงบประมาณและการใช้จ่ายงบประมาณ สิ่งนี้แตกต่างจากการปกครองตนเองของภูเก็ต อย่าสับสนสองเรื่องนี้ ปัญหาเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือเรื่องงบประมาณ ทั้งการจัดสรรที่ถูกต้องและการใช้จ่ายที่เหมาะสม" 

“ฟรีวีซ่า” ไม่ใช่ปัญหา  

“การบ่นเรื่องนักท่องเที่ยวที่ได้รับยกเว้นวีซ่า (Free Visa) ไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง ประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าส่วนใหญ่ก็เข้าประเทศได้ง่ายอยู่แล้ว การยกเว้นวีซ่าส่วนใหญ่จึงมีผลต่อระยะเวลาการพำนัก ไม่ใช่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้นโยบายนี้ พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่สิ่งที่เราเห็นคือ พวกเขาอยู่กันนานขึ้น และเมื่อคนอยู่กันนานขึ้น พวกเขาก็ปรับตัวได้” อ.ชยานนท์ อธิบาย

HeadStart International School Phuket

“สำหรับผู้ประกอบการที่บ่นว่ารายได้ลดลง ควรพิจารณาช่วงเวลาและบริบทที่กว้างขึ้น "ถ้าพวกเขากล่าวถึงช่วง มิ.ย. - ส.ค. ตัวเลขแสดงให้เห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพิ่มขึ้น แต่การมองแค่จำนวนนักท่องเที่ยวก็เหมือนกับการมองแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง เราต้องมองรายได้ด้วย นั่นคือ จำนวนนักท่องเที่ยว x ค่าใช้จ่ายต่อคน x จำนวนวันที่พัก"

ปัจจัยอื่น ๆ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน “จำนวนโรงแรมและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น GDP ของเราเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในช่วงฟื้นตัว [หลังโควิด] 40% ในปีแรก และ 20% ในปีที่แล้ว นั่นหมายถึงมีผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดมากขึ้น อุปทานก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน" เขากล่าว "สิ่งที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้คือภาวะชะงักงัน ไม่ใช่ในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวซึ่งยังคงเพิ่มขึ้น แต่เป็นความซบเซาของผลตอบแทนทางการเงินสำหรับธุรกิจ"  

การสร้างสมดุลเพื่ออนาคต

เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและหลีกเลี่ยงภาวะล่มสลาย ภูเก็ตจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการขยายตัวของที่พักอาศัยอย่างรวดเร็วกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ อ.ชยานนท์ เชื่อว่าอนาคตของเกาะภูเก็ต รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้อยู่อาศัย ขึ้นอยู่กับความสามารถของภูเก็ตในการรองรับจำนวนประชากรและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

วงจรของอุปสงค์และภาวะล่มสลาย

รศ.ดร.ชยานนท์ อธิบายว่า การก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น โดยมีที่พักอาศัยใหม่กว่า 16,000 ยูนิตที่ได้รับการอนุมัติสำหรับปีหน้า เป็นผลมาจากอุปสงค์สามรูปแบบ ได้แก่ การเก็งกำไร อุปสงค์ที่แท้จริง และอุปสงค์สำหรับการเช่า ซึ่งทั้งสามรูปแบบนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของภูเก็ตซึ่งพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก

หากความเชื่อมั่นนี้สั่นคลอน เช่น เกิดความล้มเหลวของโครงสร้างพื้นฐาน ตลาดทั้งหมดอาจล่มสลายได้ เขายกคำถามสำคัญว่า “ถนนของเราสามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่? โครงสร้างพื้นฐานของเราพร้อมรับมือหรือไม่?” พร้อมกับเน้นย้ำว่า ความสามารถของเกาะภูเก็ตในการรักษาการเติบโตนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะล่มสลายนี้

“การขาดโครงสร้างพื้นฐานส่งผลกระทบมากกว่าแค่เศรษฐกิจ แต่ยังกระทบต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของทุกคนบนเกาะ” และเตือนว่าหากไม่มีการวางแผนที่เหมาะสม การขยายตัวอย่างรวดเร็วอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของบริการและระบบทางสังคมที่จำเป็น ความสำเร็จในอนาคตของเกาะขึ้นอยู่กับความสามารถในการมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูงสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน

เขามองว่าขณะนี้ภูเก็ตกำลังยืนอยู่บนทางแยกที่สำคัญ เกาะแห่งนี้มีทรัพยากร ความรู้ และความมุ่งมั่นที่จะเติบโตต่อไปได้ แต่ยังคงถูกขัดขวางด้วยการวางแผนที่ย่ำแย่และงบประมาณที่จำกัด

"ภูเก็ตมีบุคลากรที่มีศักยภาพสูง แต่หลายปัญหาก็ต้องใช้มากกว่าแค่สติปัญญาในการแก้ไข ปัญหาไม่ได้อยู่ที่วิสัยทัศน์ ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถ แต่อยู่ที่งบประมาณ" เขากล่าวย้ำ “หากไม่มีการดำเนินการที่เด็ดขาด วงจรปัญหาก็จะดำเนินต่อไป ระบบขนส่งสาธารณะที่อ่อนแอทำให้มีรถยนต์บนถนนมากขึ้น ก่อให้เกิดปัญหารถติด นำไปสู่อุบัติเหตุ ทำลายความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว และลดทอนความเชื่อมั่นในอนาคตของภูเก็ต”

“ในเมื่อเศรษฐกิจของเกาะยังคงพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ความเสี่ยงจึงสูงขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา "ภูเก็ตต้องคิดถึงระยะยาว" ผศ.ดร.ชยานนท์ กล่าว "โครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุน และถ้าเราไม่ทำลายวงจรปัญหานี้ มันก็จะทำลายเรา"




 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่