เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 โดยเจ้าหน้าที่ กองป้องกัน ปราบปราม และบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง ศูนย์จัดการพื้นที่คุ้มครองหมู่เกาะราชา ได้รับแจ้งจากกลุ่มนักดำน้ำในพื้นที่ว่า พบ เรือบรรทุกน้ำมัน (ทช.ขอสงวนชื่อ) ทิ้งสมออยู่บนแนวปะการังภายในเขตทะเลคุ้มครอง
หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ส่งชุดประดาน้ำลงตรวจสอบใต้น้ำทันที พบว่าสมอเรือและโซ่สมอได้ครูดและทับแนวปะการังธรรมชาติ รวมถึงบริเวณที่มีการวางแปลงฟื้นฟูปะการัง ทำให้โครงสร้างปะการังแตกหักเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกภาพ ถ่ายทำหลักฐาน และเก็บข้อมูลความเสียหาย ไว้ประกอบสำนวน ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับ เจ้าของเรือและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในความผิดฐานทำลาย “สัตว์ป่าคุ้มครอง”
กรมทะเลฯ ระบุว่า การทิ้งสมอเรือบนแนวปะการัง ไม่ว่าจะเป็นแนวธรรมชาติหรือแนวฟื้นฟู เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เนื่องจาก “ปะการัง” จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง การกระทำใด ๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหาย เช่น ทำลาย จับ หรือรบกวน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งย้ำว่าจะ ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด เพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเลที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต



