วันนี้ (25 ธ.ค.) นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า จากกรณีการติดตามค้นหาบุคคลที่สูญหายไปเกือบสามสัปดาห์แล้ว (อ่านเพิ่มเติม คลิก) ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน บูรณาการกำลังค้นหาทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ แต่ไม่พบวี่แวว (อ่านเพิ่มเติม คลิก)
นายอรุณ กล่าวว่า มีชาวบ้านมาแจ้งให้ทราบว่า พบบุคคลคล้ายเป็นนักท่องเที่ยวและสาวชาวไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังค้นหาอยู่ที่บริเวณหาดไม้ไผ่ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร และห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 500 เมตร โดยชาวบ้านบอกว่า นักท่องเที่ยวและสาวชาวไทยที่เจอนั้น เมื่อเห็นชาวบ้านจะทำตัวพิรุธ ไม่ยอมมาพบหน้าผู้คน และจะนอนอยู่ในเต็นท์สนามในป่าใกล้ชายหาด มีเปลญวนผูกไว้ 1 แป มีเรือสีส้ม 1 ลำ นอกจากนั้นยังพบพิรุธว่ามีการซื้ออาหารตุนไว้จำนวนมาก ซึ่งผิดวิสัยของนักท่องเที่ยวทั่วไป เมื่อรับแจ้งตนได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เทศกิจของ ทต.ราไวย์ ลงไปตรวจสอบ เมื่อเทศกิจฯเข้าไปตรวจสอบ มีการรายงานกลับมาว่าไม่เจอนักท่องเที่ยวและสาวชาวไทย ตามที่ได้รับแจ้ง เจอเพียงเต็นท์สนามและเปลญวนเท่านั้น
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เทศกิจไม่ได้ลงไปตรวจสอบในเต็นท์สนามว่ามีอยู่หรือไม่ เมื่อข่าวดังกล่าวกระจายออกไป ก็ทำให้เกิดความสงสัยเคลือบแคลงกับชาวบ้านอย่างมาก โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ฉลอง ได้เดินทางมาตรวจสอบกล้งวงจรปิดย้อนหลัง ในเส้นทางที่ชาวบ้านแจ้ง เพื่อดูว่าบุคคลที่ชาวบ้านแจ้งเป็นบุคคลเดียวกับที่มีการค้นหาหรือไม่ เพื่อทำทุกอย่างให้กระจ่างชัด คลายข้อสงสัย โดยขณะนี้ก็ไม่มีใครทราบว่าผู้สูญหาย หายไปไหน เพราะไม่เจอร่าง ไม่เจอไม้พาย ไม่เจอเรือ และไม่เจอแม้นแต่เสื้อชูชีพ เป็นสิ่งที่แปลกมากสำหรับเคสคนหายในทะเลเคสนี้
ในเรื่องนี้นางชุดารษา ศิริปภากรณ์ แม่ของหญิงสาวชาวไทย เกิดความสงสัยมีข้อพิรุธเกี่ยวกับการสูญหายได้เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจสภ.ฉลอง เพื่อให้สอบสวนเชิงลึก โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ที่ร่วมกลุ่มในวันที่เกิดเหตุ นอกจากนั้นพี่สาวของนักท่องเที่ยวชาวโปแลนด์ได้บินลัดฟ้าทางมายัง สภ.ฉลอง เพื่อสอบถามความคืบหน้า รวมทั้งได้นั่งเรือออกไปร่วมค้นหากับเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ผ่านมาก 18 วันแล้ว แต่ยังไม่เจอร่างของผู้สูญหาย รวมทั้งเรือคายัค ไม้พาย และเสื้อชูชีพที่ผู้สูญหายสวมใส่แต่อย่างใด ในขณะเดียวกันทางครอบครัวชาวโปแลนด์ก็ได้ออกประกาศมอบเงินรางวัล สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การติดตามตัว, ผู้พบเห็นและแจ้งทางครอบครัวให้พบตัว ซึ่งหากพบแล้วทั้งคู่ปลอดภัย ทางครอบครัวจะมีเงินรางวัลเพิ่มให้อีกตามลำดับ (อ่านเพิ่มเติม คลิก)
นายอรุณ กล่าวอีกว่า นอกจากการค้นหาผู้สูญหายแล้ว ทต.ราไวย์ ได้ประชุมหารือร่วมกับ พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผบก.ทท.3 และผู้ประกอบการเรือคายัค เพื่อหารือแนวทางการแก้ไข และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวสำหรับผู้ประกอบการเรือคายัคในตำบลราไวย์ และเพิ่มมาตรการการกำกับดูแลนักท่องเที่ยวในการใช้เรือคายัค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว โดยจัดเตรียมประกาศคำแนะนำในการใช้งานเรือคายัค การใส่เสื้อชูชีพ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมไปถึงสร้างแบบฟอร์มในการเช่าเรือให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันวางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยทางทะเลแก่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ในการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวที่มาเช่าเรือ เพื่อออกไปทำกิจกรรมทางทะเลให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุดอีกด้วย



