เชิงทะเล
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพื้นที่เชิงทะเลประสบปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างต่อเนื่อง และหากมีอุบัติเหตุจะทำให้รถติดนานเป็นชั่วโมง ๆ และจะแออัดยิ่งขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทางตำรวจมีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกจราจรและแก้ไขเหตุเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ไม่มีกลยุทธ์รับมือกับการจราจรที่หนาแน่น ยกเว้นในช่วง 3 วัน (16-18 ม.ค. 2569) ที่จะมีการจัดงาน Electric Music Carnival (EDC Thailand) ที่ Rhythm Park ถนนบ้านดอน-เชิงทะเล โดยจะมีการตั้งจุดรับและส่งผู้โดยสาร 3 จุดทั่วเกาะ เพื่อกระจายการไหลเวียนของการจราจรและลดความแออัด ในขณะที่ระบบการเข้าคิวและบริการรถบัสรับส่งจะถูกปรับปรุงให้คล่องตัว เพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงสุด พ.ต.อ.เอกรัตน์ พลายด้วง ผกก.สภ.เชิงทะเล เปิดเผยกับ The Phuket News
มาตรการรับมือช่วงจัดงานเทศกาลดนตรีจะมีการออกประกาศเจ้าพนักงานจราจร เพื่อกำหนดในเรื่องของการหยุดและการจอดเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้รถกีดขวางการจราจร, มีการเพิ่มกำลังตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และจะมีการเสริมมาตรการให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงจุดที่การจราจรหนาแน่น พ.ต.อ.เอกรัตน์ กล่าว
ผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้พื้นที่จอดรถที่กำหนดไว้ (ซึ่งอาจจะมีการคิดค่าธรรมเนียมที่จอดรถ) สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมงานโปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่อยู่ติดกับพื้นที่จัดงาน เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบนเส้นทางถนนบ้านดอน-เชิงทะเล ซอยเชิงทะเล 4 ซอยเชิงทะเล 6 ถนนศรีสุนทร และ “พื้นที่ใกล้เคียง”
สำหรับจุดที่การจราจรติดขัดมากที่สุดในเชิงทะเลยังคงอยู่ที่หน้า สภ.เชิงทะเล พ.ต.อ.เอกรัตน์ ระบุ สาเหตุที่จุดนี้มีปัญหา เนื่องจากเป็นจุดที่รถที่มาจากทางป่าตอง และทางอื่น ๆ มาบรรจบกัน มาตรการรับมือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้วิธีชะลอตัวรถ และใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดในการดูปริมาณรถและปล่อย ซึ่งจากกล้องที่มีติดอยู่ทุกแยกทำให้ตำรวจเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที
อนุสาวรีย์
สำหรับ พ.ต.ท.สุริศักดิ์ หลีวิจิตร สวป. สภ.ถลาง จุดที่รถติดมากที่สุดของภูเก็ตคือวงเวียนอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ถลาง “ปริมาณรถจะเริ่มเพิ่มขึ้น
เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซัน เนื่องจากรถที่เข้ามาในภูเก็ตมีจำนวนมาก แต่ขนาดถนนยังคงเท่าเดิม ในช่วงเวลาปกติถนนเทพกระษัตรีเคยมีรถประมาณ 30,000 คัน แต่ในช่วงไฮซีซันอาจเพิ่มสูงถึง 40,000 คันต่อวัน”
“ทางเจ้าหน้าที่จราจรต้องใช้การบริหารจัดการตามถนนที่มีอยู่จำกัด มีการประสานงาน สภ.เมืองภูเก็ต เช่นในการระบายรถขาเข้าที่ติดมากในตอนเย็น มีการใช้วิธีควบคุมไฟแดงที่แยกเกาะแก้ว เพื่อจำกัดและปล่อยรถให้เข้าอนุสาวรีย์ได้ในปริมาณที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม การควบคุมนี้อาจต้องปรับจังหวะเพื่อให้รถที่มาจากสายรองหรือซอยต่าง ๆ สามารถออกได้บ้าง” พ.ต.ท.สุริศักดิ์ กล่าว
ในส่วนของการแก้ปัญหาระยะยาว มีการประชุมระดับจังหวัดทุกเดือน เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขและลดอุบัติเหตุ รวมไปถึงการขยายถนนสายรอง โดยทางจังหวัดได้มีการขยายและปรับปรุงถนนหลังวัดท่าเรือ เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่านอนุสาวรีย์ “หากไม่มีทางลัดเส้นนี้ สถานการณ์อาจจะหนักกว่านี้”
ป่าตอง
ป่าตองมีลักษณะพิเศษของตัวเองที่มักจะมีรถติดสะสมยาวเหยียด บนถนนสายหลักทั้งขาเข้าและขาออกจากเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ และการจราจรภายใน
ตัวเมืองก็เคลื่อนตัวไปได้อย่างช้า ๆ ว่าที่ พ.ต.ท.ชำนาญ ทรัพย์สิน สวป.(ชส.)ทนท.สว.จร.สภ.ป่าตอง กล่าวพร้อมระบุว่า ป่าตองถือเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการจราจรที่หนักและยากที่สุดในการแก้ไข
“การจราจรของป่าตองแออัดอย่างมากในแต่ละวัน โดยเฉพาะบริเวณเขาป่าตอง ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ถ.พระเมตตา และ ถ.ทวีวงศ์ (เลียบหาดป่าตอง) ในช่วงเช้า ความแออัดจะก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตามแนวถนนพระเมตตา และรอบโรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงก์ ส่วนในช่วงเย็นการจราจรฝั่งที่มุ่งหน้าไปยังกะทู้จะเคลื่อนตัวช้าจนเกือบหยุดนิ่ง โดยมีรถติดสะสม
ตั้งแต่เชิงเขาป่าตองยาวกลับไปตาม ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี จนถึงถนนบางลา ซึ่งทางตำรวจก็ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตามจุดสำคัญ ๆ เพื่อช่วยระบายรถ”
พ.ต.ท.ชำนาญ ชี้ว่าสาเหตุหลักของปัญหาการจราจรส่วนใหญ่มาจากถนนที่ไม่ได้มีรั้วกั้น และการจัดการที่ไม่เป็นระเบียบ รวมไปถึงปัญหาคนข้ามถนนไม่เป็นที่
“ปัญหาหลักที่ทำให้รถติดคือคนข้ามถนนเยอะเกินไป นักท่องเที่ยวจะข้ามถนนทุกจุดที่ต้องการข้าม การข้ามที่สะเปะสะปะทำให้รถต้องหยุดเป็นแถว ส่งผลให้เกิดปัญหาการชะลอตัวของรถ” พ.ต.ท.ชำนาญ กล่าว “ในช่วงพีคไทม์ นักท่องเที่ยวจะกดไฟแดงตลอดเวลา แม้จะมีคนข้ามเพียงคนเดียว ทำให้รถต้องหยุดรอ 15 วินาที ส่งผลให้รถที่กำลังระบายตัวไปติดไฟแดงถัดไปทันที”
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการจอดผิดกฎหมาย ซึ่งทางตำรวจต้องเข้มงวดในเรื่องการหยุดและการจอดมาก มีการติดตั้งป้าย วันคู่-วันคี่ บนถนน 200 ปี และถนนสวัสดีรักษ์ เพื่อให้รถจอดเป็นระเบียบ และให้การจราจรเคลื่อนตัวได้
ปัญหาบนเขาป่าตอง
พ.ต.ท.ชำนาญ ระบุว่า ปัญหาที่พบบนเขาป่าตองทั้งขาเข้าและขาออกจะเกิดจากรถเสียบนเขา อุบัติเหตุ และน้ำมันหกบนถนน
“รถเสียบนเขาเกิดขึ้นบ่อยมาก มีทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น รถเสีย, รถน้ำมันหมด, หรือกำลังหมดขณะขึ้นเขา สาเหตุหลักคือ รถโดยสาร/รถตู้ จำกัดน้ำมัน ทำให้เมื่อขึ้นทางชัน น้ำมันที่เอียงไปอีกฝั่งส่งไปไม่ทันและหมดกลางทาง และเมื่อมีรถจอดเสียเพียงคันเดียว การจราจรจะติดขัดยาวทันที และหากฝนตกรถจะเกิดอุบัติเหตุหรือรถล้มเยอะทำให้รถติดขาออก (ไปทางกระทู้) ยาวไปจนถึงแยกออมสิน ส่วนน้ำมันหกเรี่ยราดบนผิวการจราจรก็เจอบ่อยมากเช่นกัน”
มาตรการรับมือของตำรวจจราจร คือ การควบคุมคนข้าม กำหนดจุดคนข้าม โดยเฉพาะที่ ต้นซอยและท้ายซอย (ซอยบางลา) เพื่อควบคุมการข้ามถนนเป็นจังหวะ เพื่อไม่ให้คนข้ามแบบสะเปะสะปะ
“เคยมีการติดตั้งเหล็กกั้นทางเท้าแต่ถูกดึงออก เนื่องจากผู้ประกอบการร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนและขายของไม่ได้” พ.ต.ท.ชำนาญ กล่าว
การแก้ปัญหา
เจ้าหน้าที่จราจรป้อมออมสินเตรียมแกลลอน สำหรับซื้อน้ำมันมาเติมให้รถที่น้ำมันหมด และมีเชือกขนาดใหญ่ สำหรับลากรถที่เสียออกจากผิวการจราจร ส่วนการจัดการน้ำมันหก ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมปูนขาวไว้ข้างทางเพื่อนำไปโปรยบนน้ำมันที่หกบนถนน
“การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว ต้องขึ้นอยู่กับการวางแผนและงบประมาณของเทศบาลและทางหลวงชนบท เนื่องจากตำรวจทำได้เพียงบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น” พ.ต.ท.ชำนาญ กล่าว
ฉลอง
“ในพื้นที่ฉลองแถวรถติดสะสมยาวเหยียดบริเวณวงเวียนฉลอง โดยเฉพาะเส้นทางจากกะตะมุ่งหน้าสู่ฉลอง เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว” พ.ต.ท.สิริพงศ์ สุริยัน สวป.สภ.ฉลอง เปิดเผยกับ The Phuket News
จุดที่มีปัญหารถติดมากที่สุดในพื้นที่ฉลองคือวงเวียนห้าแยก สาเหตุหลักเกิดจากโครงสร้างวงเวียนมีขนาดเล็ก แต่ปริมาณรถที่เข้ามาในวงเวียนมาจากทั้ง 5 ทิศทาง ซึ่งผู้ขับขี่บางคนเข้ามาขวางทางแยกทำให้รถไปต่อไม่ได้
“ในช่วงที่มีรถบรรทุกใหญ่และรถบัสจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการจราจรชะลอตัว และในช่วงนี้ที่เป็นหน้าไฮซีซันสถานการณ์จะแย่ลงเนื่องจากปริมาณรถเพิ่มขึ้น” พ.ต.ท.สิริพงศ์ กล่าว
มาตรการรับมือและข้อจำกัด
“เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการจราจร โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน และต้องประจำอยู่ตลอดเวลา โดยจะเน้นการระบายรถ และป้องกันไม่ให้มีรถบล็อกทางแยก แต่มีข้อจำกัดตรงที่เราทำได้เพียงอำนวยความสะดวกการจราจรเท่านั้น ตำรวจไม่สามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ เนื่องจากปัญหาวิศวกรรมจราจร และช่องจราจรของถนนยังคงเหมือนเดิม” พ.ต.ท.สิริพงศ์ กล่าว



