Expedia

ทนายหนุ่มอเมริกันชื่นชม ตร.ไทยทำงานเร็วมีประสิทธิภาพ เด็ดขาด ตามจับคนร้ายได้ทันที

ภูเก็ต – ทนายความหนุ่มวัย 40 ชาวอเมริกัน ผู้เสียหายที่ถูก 4 โจรหนุ่มชาวบริติชขับรถชนชิงนาฬิกาหรูแสดงความชื่นชมตำรวจไทย ว่าทำงานเร็วมีประสิทธิภาพ เด็ดขาด ตามจับคนร้ายดำเนินคดีได้ในทันที หลังก่อเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง

เอกภพ ทองทับ

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน 2568, เวลา 13:54 น.

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายขับรถเก๋งไล่ชนหนุ่มชาวอเมริกัน อายุ 40 ปี อาชีพทนายความ ที่ขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนทางไปลายัน ซอย 7 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และชิงนาฬิกาหรู มูลค่า 2.3 ล้านบาท เหตุเกิดช่วงบ่ายวันที่ 18 ก.ย.68 ที่ ล่าสุดคนร้ายซึ่งเป็นกลุ่มชายชาวบริติช 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว ประกอบด้วย นายฮุสเซน เมียร์ อายุ 26 ปี, นายมิร์ เวย์น แคร์ริว อายุ 25 ปี, นายยานน์ ซาร์ควัต อายุ 25 ปี และนายมาลิก ไค วอลเตอร์ส อายุ 27 ปี โดยจับได้ที่วิลล่าหรูบริเวณหลัง อบต.เชิงทะเล พร้อมยึดรถ 3 คัน ปืน 2 กระบอก และนาฬิกาของผู้เสียหายจำนวน 1 เรือน

โดยในวันนี้ (19 ก.ย.) ผู้เสียหายได้เดินทางมายังสถานีตำรวจเชิงทะเล พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนที่จะให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ตนมีอาชีพเป็นทนายความ จึงเข้าใจพฤติกรรมของอาชญากรเป็นอย่างดี และเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มีประสบการณ์ก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อนอย่างแน่นอน และครั้งนี้กลุ่มคนร้ายได้วางแผนและเฝ้าติดตามตนมาก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ โดยเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นช่วงนักท่องเที่ยวน้อยแล้วลงมืออย่างอุกอาจ โดยใช้รถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของตนจนล้ม ก่อนใช้มีดและปืนข่มขู่เพื่อชิงทรัพย์ เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงราวกับในภาพยนตร์ จนไม่สามารถที่จะป้องกันตัวเองได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อความเชื่อมั่น เพราะตนยังมั่นใจว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถจับกุมได้ทั้งแก๊ง ซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศในยุโรปที่กว่าจะติดตามจับกุมคนร้ายได้อาจใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจไม่พบตัวคนร้ายเลย ซึ่งตนขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจภูเก็ตที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นผู้เสียหาย ยังได้เสนอแนะต่อรัฐบาลไทย ว่า ควรพิจารณามาตรการตรวจสอบประวัติ หรือตรวจคัดกรองบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปหรืออเมริกา หรือประเทศใด ๆ ก็ตาม เพื่อป้องกันมิให้อาชญากรแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ และย้ำความเชื่อมั่นว่าทางการไทยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อผู้ก่อเหตุ

Thai Residential

ผู้เสียหายกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเดินทางมาเยือนไทยมากกว่า 60 ครั้ง และถือว่าไทยเป็นบ้านหลังที่สอง เหตุการณ์นี้ไม่ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อประเทศไทยเปลี่ยนไป แต่กลับประทับใจในความเป็นมืออาชีพและการตอบสนองอย่างทันท่วงทีของเจ้าหน้าที่ไทยมากยิ่งขึ้น

ทางด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เผยว่าเหตุการณ์เมื่อวาน (18 ก.ย.) เบื้องต้นเป็นการชิงทรัพย์ได้ของกลางเป็นนาฬิกาหลังจากที่ทำการสืบสวน สามารถได้ตัวผู้ต้องหามา 4 คน ตอนนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่าเป็นใครไปมาอย่างไร เบื้องต้นตอนนี้มี 4 คน มีบุคคลอื่นอีกหรือไม่อยู่ระหว่างการสอบสวนทั้ง 4 คน ส่วนเข้ามาเมืองไทยไม่พร้อมกันโดยเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว ตอนนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าไปมาอย่างไร

“ตอนนี้เราพบรถที่ก่อเหตุทั้งหมดแล้วและของกลาง สำหรับข้อกล่าวหาคือ ร่วมกันปล้นทรัพย์ ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติ ตอนนี้เช็คในพื้นที่ต่าง ๆ ยังไม่มี ที่มาก่อเหตุในลักษณะแบบนี้ ทั้ง 4 คนมาจากประเทศเดียวกัน ตอบไม่ได้ว่ารู้จักกันมาก่อนหรือไม่หรือเพิ่งมารู้จักที่นี่ ซึ่งอย่างที่ทราบเหตุเกิดเมื่อวานเราสามารถจับตัวได้ทันที เราขอขอบคุณพลเมืองดีที่เข้าไปช่วย และอยากประชาสัมพันธ์ถ้าหากมีข้อมูลอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุแบบนี้หรือว่าเคยประสบเหตุลักษณะแบบนี้มาก่อนก็เข้ามาดูตัวได้” พล.ต.ต.สินเลิศ กล่าว


 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่