จุดเหตุเกิดบริเวณเกาะแก้วน้อย จังหวัดภูเก็ต ห่างจากหลักเทียบเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 ระยะห่างประมาณ 10 ไมล์ทะเล และมีลูกเรือติดค้างอยู่บนเรือ 16 คน
หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 สั่งการให้ พลเรือตรี สถาพร วาจรัตน์ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 วางแผน อำนวยการ และประสานงานพร้อมทั้งประสานการปฏิบัติ ระหว่าง ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 และ ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 ในการให้ความช่วยเหลือเรือดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยการจัดส่ง เรือ ต.272 เเละเรือยนต์ความเร็วสูง ศรชล.หมายเลข 4012 ออกให้ความช่วยเหลือลูกเรือ โดยประสานการปฏิบัติกับ ศูนย์นเรนทร ไข่มุก ภูเก็ต ในการช่วยเหลือลูกเรือที่ติดค้างอยู่บนเรือ
ต่อมาในเวลา 16.58 น. ศูนย์ปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบที่ 1 (DO-228) ขึ้นบินลาดตระเวนเพื่อสำรวจความเสียหาย และถ่ายภาพทางอากาศเพื่อนำมาวางแผนในให้ความช่วยเหลือ และเมื่อเวลา 18.22 น. ได้จัดส่งเรือหลวงปันหยี เรือหลวงหัวหิน และ เรือ ต.114 เดินทางไปสมทบบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อให้การสนับสนุนในการช่วยเหลือเรือลำดังกล่าว พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ปตท.สผ. เจ้าท่าจังหวัดภูเก็ต ตำรวจน้ำ สถานีตำรวจภูธรฉลอง และ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 เพื่อประชุมวางแผนในการให้ความช่วยเหลือ
โดยมีเรือไข่มุกอันดามันรับลูกเรือไว้ 8 คน รวมกับตันเรือ, เรือตกปลาไม่ทราบชื่อเรือ รับลูกเรือไว้ 8 คน, เรือตกปลาถ่ายลูกเรือ 8 คนขึ้นเรือ ไข่มุกอันดามัน 5 และเรือไข่มุกอันดามันกำลังพาลูกเรือทั้ง 16 คนกลับเข้าฝั่งที่อ่าวฉลองต่อไป
พร้อมกันนี้ได้จัดเตรียมแผน หากเกิดกรณีการรั่วไหลของคราบน้ำมันภายในเรือลงสู่ทะเล โดยมีการวางแผนสำรวจความเสียหายรวมถึงการเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ และการกำจัดคราบน้ำมันที่ไหลออกมาจากเรือสินค้า SEALLOYD ARC ที่ได้อับปางลง พร้อมทั้งได้วางแผนอำนวยการ ณ พื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งระดมเรือในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น ทางทัพเรือภาคที่ 3 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ชาวเรือ รวมถึงเรือต่าง ๆ ให้ระมัดระวังการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว (ละติจูด 7 องศา 42 ลิปดาเหนือ 42 ฟิลิปดา, ลองติจูด 98 องศา 16 ลิปดาตะวันออก 51.6 ฟิลิปดา)


