ซึ่งเป็นคดีอาญาข้ามชาติและการฉ้อโกงประชาชนทางออนไลน์ขนาดใหญ่ โดยมอบหมายให้ นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. เป็นผู้แทนดำเนินการ แทนนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เพื่อใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งได้ยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว มูลค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2568 เลขาธิการ ปปง. ได้มีคำสั่งยึดทรัพย์ไว้ชั่วคราว เป็นเรือยอชท์สัญชาติสวิส ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคดีฉ้อโกงภาคเอกชนและอาญาข้ามชาติ โดยทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของกลุ่มเครือข่ายสแกมเมอร์หลอกลวงทางออนไลน์ และเป็นหนึ่งในทรัพย์สินสำคัญที่นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายฟอกเงิน
จากการสืบสวนสอบสวนและขยายผลเส้นทางการเงินของ ปปง. พบว่า เงินที่ใช้จัดซื้อเรือและทรัพย์สินอื่น ๆ มีที่มาจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนทางออนไลน์ โดยมีการใช้บัญชีม้า รับโอนเงินจากผู้เสียหาย ก่อนจะมีการโอนเงินเป็นทอด ๆ ผ่านทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมถึงมีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินธุรกรรมทางการเงินแทน
การตรวจสอบยังพบว่า เรือยอชท์ที่ถูกยึดอายัด เป็นเรือที่จดทะเบียนในต่างประเทศ และมีผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นบุคคลสัญชาติไทย ขณะที่เส้นทางการเงินบางส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลสัญชาติกัมพูชา และมีการโอนเงินย้อนกลับเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่ง ปปง. สามารถติดตามเส้นทางเงินไปถึงผู้รับประโยชน์ในที่สุดได้อย่างชัดเจน
คดีดังกล่าวมีพฤติการณ์เริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา พบผู้เสียหายแล้วกว่า 90 คดี ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งนี้ เฉพาะมูลค่าเรือยอร์ชที่ถูกยึดอายัด มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
การดำเนินการครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ปปง. และกองบัญชาการสอบสวนกลาง ซึ่งได้นำไปสู่การออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา และการยึดอายัดทรัพย์สินอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย และป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดถูกนำไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจต่อไป



