เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 เวลา 15.30 น. ร.ต.ท.หญิง ศิริรัตน์ พรหมศิริไพบูลย์ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับคำร้องทุกข์คดีอาญาจาก นายสายันต์ ด้วนเกตุ (นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก. 2 (ภูเก็ต) กล่าวโทษผู้กระทำความผิดฐาน “กระทำการยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่ป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และความผิดฐาน “กระทำการก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขากมลาและป่า
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ภก.2 (ภูเก็ต) ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ในที่เกิดเหตุ พบร่องรอยการทำถนน ซึ่งมีลักษณะเป็นร่องรอยใหม่ โดยใช้รถแบ็คโฮ ขุดปรับหน้าดิน ถนนบางส่วนมีการเทปูนซีเมนต์ทำเป็นถนนขึ้นไปบนเขา ชุดเจ้าหน้าที่ได้เดินตามร่องรอยการทำถนน พบรถแบ็คโฮสีเหลือง จอดอยู่ ในพื้นที่เกิดเหตุที่มีร่องรอยการทำถนนลักษณะใหม่ยาวต่อเนื่องไปยังป่าสมบูรณ์เกือบถึงยอดเขา ในโพงตักดินของรถแบ็คโฮมีคราบปูนซีเมนต์ติดอยู่มีสีเดียวกับปูนซีเมนทำถนนด้านล่าง และพบหลักหมุดที่ดินอยู่บนถนน
ขณะตรวจสอบไม่พบใครอยู่ในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง และไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของผู้ใด จึงได้ทำการตรวจวัดค่าพิกัดรอบบริเวณที่ตรวจสอบ โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดค่าพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) คำนวณเนื้อ ที่ได้ 4-1-35 ไร่ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิด เนื้อที่ 1-1-98.25 ไร่ และอยู่ในเขตป่าฯ เนื้อที่ 2-3-39.75 ไร่ รวมเนื้อที่ 4-1-35 ไร่
พฤติการณ์การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “กระทำการยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่ป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และ “กระทำการก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย จึงได้ยึดรถแบคโฮดังกล่าวไว้เป็นของกลาง และมาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป



