ท่านพูดคุยกับ The Phuket News ถึงผลงานกว่าสองปีที่ผ่านมา และปัญหาที่ยังไม่สามารถสะสางให้แล้วเสร็จ รวมถึงปัญหาต่าง ๆ ของจังหวัดภูเก็ตที่ต้องได้รับการแก้ไขต่อไป อย่างไรก็ตาม ในวันที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ต ก็จะยังติดตามงานต่าง ๆ ที่ได้เริ่มเอาไว้ให้ลุล่วงไปให้ได้อย่างเต็มความสามารถ
ผลงานที่ผ่านมากับเส้นทางโครงการถนนเลี่ยงเมืองสายใหม่ กะทู้-ศรีสุนทร ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหารถติด และการแก้ปัญหาระบบจัดการน้ำเสีย แต่ดำเนินการไปได้เพียง 4 จุด เพราะจังหวัดยังติดปัญหาเรื่องงบประมาณ “การปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ” คือคำตอบของภูเก็ต
“น้ำเสียเราก็ยังคงแก้ปัญหาอยู่ได้เเค่ 4 ที่ ติดขัดเรื่องงบประมาณในการสร้าง จังหวัดภูเก็ตมีงบประมาณเเค่ปีละ 170 ล้าน เพื่อเเก้ปัญหาใหญ่หลาย ๆ ปัญหา” นายโสภณ กล่าว “นี่ก็คือหนึ่งในเหตุผลที่ผมเองก็สนับสนุนผลักดันร่างปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งร่างของทางเอกชนของทางจังหวัดได้ยื่นไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว”
อย่างไรก็ตาม พ่อเมืองภูเก็ตคนปัจจุบันก็ยังต้องลุ้นและภาวนาขอให้ร่างที่ได้ยื่นไปนั้นผ่านให้ผ่านเข้าสภา เพื่อล่ารายชื่อให้เกิดเสียง 12,000 จากประชาชน ให้ขั้นตอนการดำเนินงานให้ทันท่วงที ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปและต้องเริ่มกันใหม่ตั้งแต่ต้น
“อยากให้เข้าวาระก่อน เพราะถ้ายุบสภาไปร่างจะยังอยู่ เเต่ถ้ายื่นเเล้วไม่เข้าวาระเเล้วยุบสภาก็จบเหมือนกันต้องยื่นใหม่อีก ซึ่งถ้าไม่ผลักดันภูเก็ตให้มีการปกครองตัวเอง ภูเก็ตไปยากมาก จากประสบการณ์เป็นผู้ว่าฯ ที่นี่มาสองปี รู้สึกตั้งเเต่สามเดือนเเรกเลยว่าไปต่อไม่ได้ เราคิดว่าอยากจะผลักดันโครงการมากมาย อยากดำเนินการปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ มากมาย เเต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีงบประมาณ และโครงการในภูเก็ตจะไปให้เอกชนเค้ามาทำก็ไม่ได้ เช่นรถไฟ ถนนต่าง ๆ หรืออุโมงค์การทางพิเศษที่เราได้จากท่านนายกเศรษฐา ซึ่งต้องยกความดีความชอบนี้ให้ ที่เราได้ดำเนินแผนการสร้างมาได้ และตอนนี้การทางพิเศษก็ทำการเวนคืนเสร็จเเล้ว คิดว่าปี 2573 ก็คงได้เปิดใช้”
“ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการต่ออย่างเช่นเรื่องเตาเผาขยะที่สองจะเสร็จสิ้นในปีหน้า ซึ่งพอเสร็จก็จะเผาได้ 1,200 ตัน อนาคตผมมองไปอีก 10 ปี ได้มีการขอให้ อบจ. วางแผนไปทำเตาเผาขยะที่นอกเมือง ตอนนี้กำลังมองหาพื้นที่สัก 60-70 ไร่ เพื่อไปดำเนินการอยู่ ซึ่งก็มีแนวคิดจากสระบุรี เพื่อให้เกิดการสร้างมลพิษให้น้อยที่สุด” นายโสภณ ระบุ
"เรื่องน้ำประปาปีหน้าขอเรียนก่อนว่าภูเก็ตอาจจะเจอศึกหนักกว่านี้นิดหน่อย เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์จะโตอย่างมากประมาณ 16,000 ยูนิต เดิมที่ช่วงมกราคมถึงเมษายนเราก็แย่อยู่เเล้ว เราต้องดึงน้ำจากเหมืองมา ซึ่งพอปีหน้ามีการต่อขึ้นถึง 16,000 ครอบครัว ก็จะมีการใช้น้ำเยอะกว่านี้ ล่าสุดได้ไปเจอและพูดคุยกับท่านภูมิธรรมฯ ได้มีการปรึกษาเรื่องน้ำกับท่านและก็อยู่ในขั้นตอนศึกษาอยู่ที่จะดึงน้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลานจากสุราษฎร์ธานีมา ผ่านกระบี่ พังงา จนถึงจังหวัดภูเก็ต ซึ่งกว่าจะศึกษาเสร็จกว่าจะได้สร้างอีกซึ่งเรารอไม่ได้ ผมก็เร่งเรื่องนี้อยู่ตลอด และเราก็จะมีน้ำใช้อย่างยั่งยืน”
เกษียณ
“ถึงแม้จะเกษียณไปเเล้วเเต่ไม่ว่าโครงการในที่มีการดำเนินการตอนที่ผมอยู่ ผมก็จะตามให้เรื่อย ๆ คอยเร่งให้พี่น้องชาวภูเก็ตเรื่อย ๆ” นายโสภณ ยืนยัน
“ต้องบอกก่อนว่าเรามีความยากลำบากในเรื่องดำเนินการจากการขาดเเคลนงบประมาณ และจังหวัดเราก็ไม่มี สส. ของฝ่ายรัฐบาลเลย ก็เลยอาจจะมีการเสนอโครงการต่าง ๆ อะไรได้ยากนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สส. ทั้งสามท่านก็ทำงานได้ดีเสมอมา เเต่ก็มีบทบาทสำคัญมาก ๆ ในการยื่นหนังสือ ในการผลักดันภูเก็ตให้ขึ้นมาปกครองตนเอง เราต้องการให้ภูเก็ตสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ดี”
“เพราะฉะนั้นขอฝากประชาชน สื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ตที่จะผลักดัน เป็นกระบอกเสียง และติดตามงานต่าง ๆ เพื่อให้งานเหล่านั้นไม่ถูกทิ้งหาย และผลักดันเพื่อให้เกิดความสำเร็จที่รวดเร็วตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาก็กราบขอบพระคุณทุกคนเป็นอย่างสูง ถึงแม้จะไม่ใช่สื่อก็สามารถร้องเรียนและให้ข้อมูลเข้ามาได้ เพื่อให้งานมันดำเนินการไปได้ดี” นายโสภณ กล่าว
“ถามว่าที่ผ่านมาพอใจกับผลงานที่ตัวเองทำไหม ต้องบอกว่ายังไม่พอใจ เพราะมันมีงานที่ไม่สำเร็จลุล่วงอีกหลายโครงการ เเต่ก็มีที่เสร็จเเล้วก็คือถนนหลังวัดท่าเรือที่เสร็จเเล้วและกำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ ในส่วนอื่นที่ยังไม่เสร็จ ทำให้ผมรู้สึกคาใจอยู่มาก เเต่ก็หมดเวลาเเล้ว เหมือนนกหวีดเป่านาทีสุดท้ายเเล้วเเต่ยังยิงไม่เข้าประตู”
“อย่างไรก็ตาม ขอฝากและขอบคุณทุกคนที่คอยติดตาม คอยชี้แนะเสมอมา หลังเกษียณผมตั้งใจจะไปอยู่จังหวัดเลย เพราะบ้านภรรยาอยู่ที่นู่น แต่ก็สัญญาว่าจะไป ๆมา ๆ ภูเก็ตตลอด จริง ๆ ทางหอการค้าภูเก็ตก็ขอให้มาเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ให้มาช่วยในภาคเอกชน และท่านผู้ว่าฯ ใหม่ที่จะมาเขาก็อยากให้ช่วยส่งงาน สอนงานให้ คอยให้คำปรึกษาด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอขอบคุณอีกครั้ง ไม่ว่าผมอยู่ที่ไหนก็สามารถรับเรื่องและสามารถติดต่อคนในพื้นที่ให้เข้าไปช่วยเหลือได้ อยู่นานก็เลยพอมีหลาย ๆ คนที่ผมสามารถติดต่อไปขอให้ช่วยผู้ว่าคนใหม่ หรือตามเรื่องร้องเรียนได้” ผู้ว่าฯ โสภณ กล่าวทิ้งท้าย
ในขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง 25 ตำแหน่ง โดยให้ “นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร” พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป


