โดยมี นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายวุฒิชัย บำรุงรัตน์ ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต นางสาวจันทิรา ดวงใส ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 นายณัฐกฤษณ์ พลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์ ปริมาณขยะมูลฝอยของจังหวัดภูเก็ต และกำหนดทิศทางการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งได้หารือแนวทางการจัดการขยะอินทรีย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นการคัดแยกขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทางอย่างเข้มงวด การนำขยะอินทรีย์ไปแปรรูปเป็นปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพ หรืออาหารสัตว์ตามหลักวิชาการ รวมถึงการประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โรงแรม ร้านค้า และที่พักอาศัย ให้มีการคัดแยกขยะอินทรีย์อย่างถูกต้อง ไม่ปะปนกับขยะ
รวมไปถึงแนวทางการกำจัดขยะที่แหล่งกำเนิด โดยส่งเสริมให้บุคลากรและประชาชนสมัครเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) และสมาชิกธนาคารขยะหมู่บ้านหรือชุมชน สนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีกำจัดขยะขนาดเล็กในพื้นที่ และการจัดหาพื้นที่พักขยะเพื่อคัดแยกก่อนนำส่งกำจัด เพื่อลดปริมาณขยะที่จะเข้าสู่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยของจังหวัด ตามความมุ่งมั่นของจังหวัดในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังได้รับรายงานสถานการณ์จากนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ว่า เข้าใจและเห็นใจเทศบาลนครภูเก็ต ที่ต้องแบกรับบริหารจัดการขยะมูลฝอยทั้งจังหวัดภูเก็ตภายใต้ข้อจำกัดทุกด้าน จากข้อมูลทราบว่าในห้วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีปริมาณขยะตกค้างอยู่ในพื้นที่บ่อฝังกลบขยะประมาณ 1.2 ล้านตัน ทุกท้องถิ่นต้องร่วมมือกันแก้ปัญหานี้
สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว คือ แนวทางแรกสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแห่งที่ 2 ซึ่ง อบจ.ภูเก็ต อยู่ระหว่างดำเนินการขอใช้พื้นที่ จำนวน 82 ไร่ บริเวณสวนป่าบางขนุน อำเภอถลาง จากกองทัพเรือ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนถึงระเวลาดำเนินการก่อสร้าง เนื่องจากเกี่ยวเนื่องกับกฎระเบียบข้อกฎหมายหลายกระทรวง แนวทางที่ 2 ให้แต่ละท้องถิ่นไปหารือเรื่องข้อระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการจัดซื้อเครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ใช้กำจัดขยะอินทรีย์ของท้องถิ่นตนเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องส่งเข้ามากำจัดยังศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมฯ ซึ่งขณะนี้เทศบาลตำบลเชิงทะเล และเทศบาลนครภูเก็ต นำร่องดำเนินการจัดซื้อแล้ว
ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ ให้แต่ละท้องถิ่นไปดำเนินการลด และคัดแยกปริมาณขยะอินทรีย์ของตนเองให้ได้มากที่สุด โดยให้บูรณาการร่วมกับชุมชน เช่น นำขยะอินทรีย์เป็นปุ๋ยหมัก โดยจะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของแต่ละท้องถิ่นทุก 3 เดือน



