Expedia
Expedia

ภูเก็ตเผาผลาญเชื้อเพลิงวันละกว่า 100 ล้านบาท ส่วนใหญ่หมดไปกับปัญหารถติด

ภูเก็ต - ผู้ขับขี่ยาดยานพาหนะในจังหวัดภูเก็ตใช้เชื้อเพลิงมากกว่า 1 ล้านลิตรต่อวัน และตัวเลขนี้มีก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น พลังงานจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงภาระค่าใช้จ่ายประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน 2568, เวลา 09:00 น.

และจากตัวเลขที่ทาง The Phuket News ได้รับแสดงให้เห็นว่าในปี 2567 ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตมีมูลค่าการใช้จ่ายค่าน้ำมันเบนซินและดีเซลรวมกันประมาณ 1.37 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 37.534 ล้านบาทต่อวัน และได้ชี้ให้เห็นสถิติที่น่าเป็นห่วงว่า ตัวเลขนี้คิดเป็น 37.5% ของการใช้เชื้อเพลิงทั้งหมดทั่วประเทศซึ่งอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาทต่อวัน โดยการใช้จ่ายที่สูงเกินสัดส่วนนี้มีสาเหตุมาจากจำนวนรถยนต์ ผู้อยู่อาศัย และนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วบนเกาะ

นายรัฐกร กลิ่นจันทร์ พลังงานจังหวัดภูเก็ต เน้นย้ำ หากไม่มีการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ การหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานหมุนเวียนที่ดียิ่งขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงของเกาะจะยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามปัญหารถติดและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเสริมอีกว่า เชื้อเพลิงส่วนใหญ่ถูกเผาผลาญไปอย่างไร้ประโยชน์บนท้องถนน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากปัญหาการจราจรติดขัด

“จังหวัดอื่นเน้นการใช้ดีเซล แต่ในภูเก็ตมีการใช้เบนซินเป็นหลัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนยานพาหนะส่วนตัว เช่น รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากบนเกาะ และแนวโน้มนี้ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ทำให้เกิดภาระต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและเงินในกระเป๋าของทุกคนที่อยู่บนเกาะแห่งนี้” นายรัฐกร เปิดเผยกับ The Phuket News

ในปี 2567 จังหวัดภูเก็ตมีการใช้น้ำมันเบนซินรวม 205 ล้านลิตร และดีเซล 190 ล้านลิตร รวมทั้งหมด 561,643 ลิตรต่อวัน นอกจากนี้พลังงานจังหวัดยังอธิบายว่าเมื่อปีที่แล้ว ผู้ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง LPG ก็มีการใช้รวมทั้งสิ้นถึง 22.2 ล้านกิโลกรัม

“เมื่อเทียบกับปี 2566 การใช้น้ำมันเบนซินในปี 2567 เพิ่มขึ้นประมาณ 8% แม้จะยังคำนวณได้ยาก แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่า [การใช้น้ำมันในปี 2568] จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% อีกด้วย” นายรัฐกร กล่าวเสริม

ต้นทุนและรายได้

“ราคาเชื้อเพลิงในภูเก็ตโดยทั่วไปสูงกว่าในกรุงเทพฯ เนื่องจากเชื้อเพลิงทั้งหมดต้องถูกขนส่งเข้ามายังเกาะด้วยรถบรรทุก” เขากล่าว พร้อมทั้งยกตัวอย่างว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วราคาน้ำมันเบนซิน 95 ในภูเก็ตอยู่ที่ลิตรละ 34.04 บาท ขณะที่ในกรุงเทพฯ ราคาอยู่ที่ 33.11 บาท

“แม้ส่วนต่างราคาต่อลิตรจะดูไม่มาก (เพียงแค่ประมาณ 1 บาทต่อลิตร) แต่เมื่อรวมกันตลอดทั้งปีแล้ว ความแตกต่างของราคานี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อค่าใช้จ่ายของประชากรต่อหัว”

รายได้ท้องถิ่นจากยอดขายน้ำมัน

ขณะที่ผู้ขับขี่ต้องจ่ายเงินที่ปั๊มน้ำมัน ส่วนหนึ่งของเงินนั้นก็ถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานท้องถิ่น นายรัฐกร อธิบายว่า โครงสร้างราคาประกอบด้วยภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.) ได้รับส่วนแบ่งเพิ่มเติม 4.54 สตางค์ต่อลิตร สำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซลที่จำหน่ายในภูเก็ต

จากอัตราดังกล่าว อบจ. ได้รับรายได้จากยอดขายน้ำมันเมื่อปีที่แล้วเพียงปีเดียวถึง 9.3 ล้านบาท จากน้ำมันเบนซิน และอีก 8.626 ล้านบาทจากดีเซล ซึ่งตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเงินค่าเชื้อเพลิงมากขึ้น แต่ส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายเหล่านั้นก็ถูกนำกลับมาเป็นรายได้ให้กับกองทุนของท้องถิ่น

เงินอุดหนุน

ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในประเทศไทยค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก ‘กองทุนน้ำมัน’ พลังงานจังหวัดภูเก็ตอธิบายว่า ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลถูกควบคุมโดยตรงด้วยเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน แต่ราคาน้ำมันเบนซินนั้นไม่ได้ถูกอุดหนุนโดยตรง แต่ราคาน้ำมันเบนซินถูกควบคุมโดยตรงผ่านการแทรกแซงของรัฐบาล โดยการสั่งการให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ปรับขึ้นหรือลดราคา ผู้ประกอบการรายอื่นจึงถูกบังคับให้ปรับราคาตามเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

หากมีความจำเป็น ปตท. จะได้รับสิ่งที่รัฐบาลเรียกว่า “การชดเชย” ไม่ใช่ “เงินอุดหนุน” เพื่อเป็นการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงราคาตามคำสั่ง แต่ถึงแม้จะมีการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง แต่การบริโภคที่สูงก็มาพร้อมกับต้นทุนมหาศาลเช่นกัน “ปัญหารถติด ราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มขึ้น และเงินอุดหนุน ทั้งหมดนี้รวมกันสร้างแรงกดดันทางการเงินมหาศาลต่อจังหวัดและกองทุนน้ำมัน” เขากล่าว

Expedia

“เกาะภูเก็ตมีสถานีบริการน้ำมันถึง 72 แห่ง ซึ่งถือว่ามีจำนวนสูงมาก เมื่อเทียบกับขนาดของจังหวัดที่มีขนาดเล็กเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้พลังงานที่สูงและการจราจรของนักท่องเที่ยว” นายรัฐกร กล่าว

พร้อมทั้งอธิบายถึงค่าใช้จ่ายของเงินอุดหนุนที่รัฐบาลต้องแบกรับว่า “รัฐบาลไทยได้อุดหนุนดีเซลเพื่อให้ราคาต่ำกว่า 33 บาทต่อลิตร ปัจจุบันอุดหนุนอยู่ที่ 0.33 บาทต่อลิตร แต่หลังจากรัสเซียบุกยูเครน ราคาน้ำมันก็พุ่งสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องอุดหนุนดีเซลมากถึง 2 บาทต่อลิตร”

โครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต

โครงการโครงสร้างพื้นฐานถนนขนาดใหญ่เป็นสิ่งจำเป็น ในการบรรเทาปัญหารถติดและลดการใช้เชื้อเพลิงอย่างสิ้นเปลือง

นายรัฐกรอธิบายว่าโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ (รวมถึงอุโมงค์ป่าตอง), การขยายถนนป่าคลอก และระบบรถไฟฟ้ารางเบาที่ล่าช้ามานานหลายทศวรรษ ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อลดเวลาในการเดินทางและลดความต้องการใช้น้ำมัน

เขายอมรับว่าโครงการขยายถนนช่วยลดการใช้น้ำมันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้ชี้ว่า “หากภูเก็ตไม่สามารถสร้างรถไฟฟ้ารางเบา หรือขยายระบบขนส่งสาธารณะได้ การสร้างถนนเพิ่มก็ช่วยได้เพียงบรรเทาปัญหาเท่านั้น” เพราะมันไม่ได้รับประกันว่าจำนวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์บนท้องถนนจะลดลง ดังนั้นผลกระทบต่อการใช้น้ำมันและปัญหารถติดจึงจะยังมีน้อยอยู่ สำหรับการตัดสินใจว่าจะเร่งรัดโครงการเหล่านี้หรือไม่ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่พลังงานจังหวัดภูเก็ตเห็นด้วยว่า หากไม่มีการดำเนินการที่รวดเร็วกว่านี้ ปัญหารถติดและค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันก็จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป

รถยนต์ไฟฟ้า

แม้ว่าการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูเก็ตจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง

“รถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดการใช้น้ำมันและการปล่อยมลพิษ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียงเดือนละประมาณ 2,000 บาท เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึง 5,000 บาท” เขากล่าวและชี้ว่า แม้ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมสภาพและโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่จำกัดจะเป็นอุปสรรค แต่การพัฒนาแบตเตอรี่ที่สามารถเปลี่ยนได้ในอนาคตจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

โดยเฉพาะรถบัส EV ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญและส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด “รถบัสไฟฟ้าช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลและเงินอุดหนุนเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งงบประมาณของ อบจ. และกองทุนน้ำมัน” อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่า “รถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษได้ แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหารถติดได้ทั้งหมด”

“การขยายกองรถบัส EV รวมถึงรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้ และการวางแผนเส้นทางที่ดีขึ้น จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดทั้งปัญหารถติดและค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงโดยรวม”

และท้ายที่สุดพลังงานจังหวัดภูเก็ตกล่าวสรุปอย่างชัดเจนว่า การปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

“การพัฒนาระบบรถไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า และรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสม จะช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดปัญหารถติด และลดการใช้น้ำมันได้” นายรัฐกร กล่าว


 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่