จากภาพวงจรปิดได้ปรากฏภาพเป็นชายชาวต่างชาติทราบชื่อภายหลังคือ นายโลสโล (Mr.Loszlo) สัญชาติเยอรมัน ก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดจำนวน 2,000 บาท จากลิ้นชักเก็บเงินของร้าน ในช่วงที่พนักงานแคชเชียร์ไม่ได้อยู่ประจำจุด ทั้งนี้ ทางร้านทราบเรื่องภายหลังจากตรวจสอบยอดเงินรายได้ประจำวัน พบว่ายอดเงินไม่ตรงกับระบบ จึงได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพบพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ร้านได้รับความเสียหาย ก่อนเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากนั้นในวันที่ 21 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และ พ.ต.ท.กรพล เลี้ยงบุญจินดา รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต นำโดย พ.ต.ต.กันต์ อักษรทอง สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ได้ทำการควบคุมตัว นายลาสโล รูเบน เอสเซนโลห์ร (Mr.Laszlo Ruben Eschenlohr) อายุ 24 ปี สัญชาติเยอรมัน ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ ได้ภายในร้านบริการสปา แอนด์ มาสสาจ ตั้งอยู่บนถนนระนอง ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ทั้งนี้ ร้านดังกล่าวเป็นสถานที่ที่ผู้ต้องหาเคยเข้าไปใช้บริการ และได้ก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดจากลิ้นชักแคชเชียร์ของร้านมาก่อน โดยการควบคุมตัวในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากผู้ต้องหาเดินทางกลับมายังร้านสปาดังกล่าว ด้วยความประสงค์จะขอโทษและนำเงินที่ลักไปมาคืนให้กับทางร้าน อย่างไรก็ตาม ทางร้านปฏิเสธการรับเงินคืน และได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาควบคุมตัวผู้ต้องหา เพื่อนำไปสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหามีอาการร้องไห้แสดงความสำนึกผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์” และควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพนักงานแคชเชียร์ที่อยู่ในเหตุการณ์ วันเกิดเหตุ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุมากับเพื่อนอีก 2 คน รวม 3 คน หลังจากดูเมนูหน้าร้านแล้วก็ได้เข้าไปในร้าน และทำการเลือกรายการและจ่ายเงิน เพื่อนสองคนเข้าไปทำก่อน ส่วนคนก่อเหตุนั่งรอด้านหน้า ขณะนั้นมีลูกค้าสองท่านนวดเสร็จพอดีตนจึงบริการรินน้ำ และมีลูกค้าท่านหนึ่งอยากจะเข้าห้องน้ำให้ตนพาไปตนจึงพาไปห้องน้ำ และช่วงจังหวะนั้นผู้ก่อเหตุได้หยิบเงินในลิ้นชักตรงแคชเชียร์
หลังจากนั้นตนเดินออกมาซึ่งผู้ก่อเหตุได้ยืนตรงเคาน์เตอร์ แล้วเขาถามว่ามีสินค้านี้ด้วยเหรอ ขายอย่างไร มีสินค้าไหนที่ ขายดีบ้าง ตนจึงแนะนำไปซึ่งหลังจากที่ตนกลับมาเห็นลิ้นชักเปิดอยู่ ตนไม่มั่นใจว่าตนปิดลิ้นชักสนิทหรือไม่ก็ได้ปิดลิ้นชักไป หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้กลับไปนั่งรอที่เดิมและถึงเวลาคิวเขาก็เข้าไปนวด
“หลังจากเขานวดเสร็จเขาก็มานั่งคุยกันกับเพื่อนสามคนบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ คุยกันเป็นภาษาบ้านเขาซึ่งไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ซึ่งฟังไม่ออกว่าคุยอะไรกันแต่เหมือนกับเขาหัวเราะเสียงดังกันมาก” เธอเล่า
หลังจากนั้นตนไปห้องน้ำและกลับมา ตนจึงคุยกับพี่ที่มารับช่วงต่อได้นับเงินกัน ว่า รายรับยอดเงินทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินโอน เงินสดหรือบัตรเครดิต พอนับเงินแล้วเห็นว่ายอดเงินทุกอย่างที่เป็นรายรับ ทั้งเงินโอนบัตรเครดิตตรงกับในระบบ แต่สิ่งที่หายไปคือเงินสด จึงคิดว่านำไปใช้อะไรบ้าง แต่พอเช็คดูแล้วสรุปเงินหายไป 2,000 บาท ตนจึงย้อนไปถึงผู้ก่อเหตุที่ยืนหน้าเคาน์เตอร์ คิดในใจว่าคงไม่เป็นอย่างที่ตนคิด
จากนั้นจึงเช็คกล้องวงจรปิดก็พบว่าชายดังกล่าว เป็นคนขโมยเงินในลิ้นชักไป พอนวดเสร็จเหมือนเพื่อนของเขามาซื้อสบู่กับทางร้านและให้เงิน จากนั้นเหมือนเขาเหลือบไปเห็นกล้องวงจรปิดจึงส่งสัญญาณให้กับเพื่อนอีกสองคน และทั้งสามก็ดู มีพิรุธและรีบออกจากร้าน
หลังจากออกจากร้านตนคิดว่าเขาไม่น่าจะเห็นกล้องที่ซ่อนอยู่ตรงด้านหน้า คิดว่ามีกล้องแค่โซฟาและตรงหลังเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ตนจึงไล่กล้องต่อดูว่าเขาหยิบอะไรไปอีกหรือเปล่า และเห็นเขาหยิบรองเท้าไป เหมือนกับว่าผู้ชายที่ขโมยเงิน หยิบรองเท้าใส่ในกระเป๋าผู้ชายที่ซื้อสบู่ และผู้หญิงเห็นผู้ชายหยิบรองเท้าผู้หญิงก็หยิบรองเท้าใส่กระเป๋าเช่นกัน
“หลังจากแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ได้ตามตัวผู้ก่อเหตุได้เร็วมาก วันนี้ผู้ก่อเหตุมาที่ร้านเหมือนกับจะมาขอโทษ ซึ่งทางเราให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีดีกว่าเพราะยังไงเราก็ไปแจ้งความแล้ว เลยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการดีกว่า” เธอกล่าว



