สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่านายเอก (ไม่ทราบชื่อ - นามสกุลจริง) พักอาศัยอยู่บ้านพักไม่ทราบเลขที่ ม.1 ต.เทพกระษัตรี โดยจะมีกลุ่มวัยรุ่นไปมั่วสุมเสพยาเสพติดกันที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นประจำ และนายเอกยังมีพฤติการณ์ชอบพกพาอาวุธปืนเป็นประจำอีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนหาข่าว และร่วมกันเดินทางไปทำการตรวจสอบเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น.
เมื่อไปถึงบริเวณหน้าบ้านพักดังกล่าวพบว่าประตูหน้าบ้านได้เปิดอยู่ และพบนายอัมรินทร์ หรือเอก ขนิษฐนาม (ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลังการจับกุม) ยืนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านและท่าทางมีพิรุธ ร.ต.อ.อติเทพ แก้วประเสริฐ รอง สว.สส.ฯ พร้อมพวกจึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงบัตรเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและจากการสอบถามนายอัมรินทร์ให้การรับโดยสมัครใจว่า ตนมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอยู่ในความครอบครองจริง ซึ่งตนซุกซ่อนไว้ภายในบ้าน และตนยินดีนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำการตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน
สอบถามเพิ่มเติมนายอัมรินทร์รับว่าตนยังมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนบางส่วนที่ซุกซ่อนอยู่หลังบ้านเลขที่ 38/1 ม.1 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และยินยอมนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปทำการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังหลังบ้านดังกล่าวและได้ตรวจสอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่บรรจุอยู่ภายในถุงพลาสติก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง สอบถามนายอัมรินทร์ฯ รับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้นายอัมรินทร์ทราบว่าจะต้องถูกจับกุมแล้วในฐานความผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ของกลางที่ตรวจยึดได้มี 12 รายการดังนี้ 1.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ใช้ยิงกับเครื่องกระสุนปืนขนาด.38 ความยาวลำกล้อง 5 นิ้ว 1 กระบอก, ซองปืนชนิดหนังสีน้ำตาล ซึ่งมีอาวุธปืน (ของกลางรายการที่ 1) บรรจุอยู่, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ใช้ยิงกับเครื่องกระสุนปืนลูกซอง ความยาวลำกล้อง 5.5 นิ้ว 1 กระบอก บรรจุในซองปืนชนิดหนังสีดำ, เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 บรรจุอยู่ในพลาสติกใส, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง บรรจุอยู่ในพลาสติกใส จำนวน 4 นัด, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง บรรจุอยู่ในกระเป๋าผ้าสีดำ 1 นัด, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ใช้ยิงกับเครื่องกระสุนปืนขนาด.38 ความยาวลำกล้อง 2.5 นิ้ว 1 กระบอก, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ใช้ยิงกับเครื่องกระสุนปืนขนาด.38 ความยาวลำกล้อง 2.5 นิ้ว 1 กระบอก, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (คอบบร้า) ใช้ยิงกับเครื่องกระสุนปืนขนาด.32 ชนิด 2 ลำกล้อง ความยาวลำกล้อง 1.2 นิ้ว 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษสีส้ม 13 นัด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 บรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกสีครีม 4 นัด
โดยนายอัมรินทร์รับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดเป็นของตนเองจริง ทั้งนี้ อาวุธปืน (ของกลางรายการที่ 1) นายอัมรินทร์รับว่าตนซื้อโครงปืนใช้การไม่ได้มาในราคา 2,000 บาท เมื่อประมาณ 1 ปีครึ่งที่แล้ว จากนั้นได้ให้เพื่อนทำให้จนสามารถใช้การได้, อาวุธปืน (ของกลางรายการที่ 3) ตนซื้อมาจากเพื่อนมาในราคา 3,000 บาท เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว, อาวุธปืน (ของกลางรายการที่ 8) ตนซื้อมาจากเฟซบุ๊กชื่อ โอ้วจอร์จ สำรองห้า พร้อมเครื่องกระสุนปืนมาจำนวน 3 นัด มาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 67 มาในราคา 3,950 บาท ซึ่งได้โอนค่าปืนจากบัญชีของตนไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อ น.ส.ชลปรียา นาควิเชตร์, 4.อาวุธปืน (ของกลางรายการที่ 10) ตนซื้อมาจากเฟซบุ๊กเดิมมาเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้วในราคา 1,500 บาท ส่วนอาวุธปืน (ของกลางรายการที่ 9) ตนได้ทำขึ้นเองเมื่อประมาณ 5 วันที่แล้ว ส่วนเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดตนได้ซื้อมาจากเฟซบุ๊กชื่อ โอ้วจอร์จ สำรองห้า เช่นเดียวกัน โดยการสั่งมาไว้หลาย ๆ รอบ รอบล่าสุดที่ตนได้สั่งซื้อมาคือวันที่ 11 พ.ค. 67 จากนั้นได้นำมาเก็บไว้จนกระทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายอัมรินทร์ ไม่พบประวัติอาชญากรรม


