โดยมีพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีและชุดสืบสวน สภ.วิชิต รายงานความคืบหน้า-สรปหลักฐานต่าง ๆ จากการลงพื้นที่ของชุดสืบสวน โดยได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งภายในบ้านของผู้เสียหายและตามเส้นทางหลบหนี จนกระทั่งพบว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับขี่รถ จยย.ที่ใช้ในก่อเหตุหลบหนีเข้าไปภายในซอยโคกโตนด ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต
ชุดสืบสวนจึงได้รุดไปตรวจสอบเป้าหมาย พบเพียงภรรยาของนายประดิษ อายุ 30 ปี ชาวตะกั่วทุ่ง จ.พังงา คนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 2 คดีพร้อมกับรถ จยย. ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยภรรยาของนายประดิษยอมรับว่า รถ.จยย.ที่ใช้ก่อเหตุเป็นของนายประดิษสามีของตนจริง จากนั้นชุดสืบสวนได้แสดงภาพของคนร้ายให้ภรรยานายประดิษดูและยอมรับว่าเป็นสามีของตน โดยเมื่อวันที่ 21 ส.ค.68 นายประดิษได้ไปขึ้นศาลจังหวัดพังงาในคดีที่ลักทรัพย์ ปัจจุบันนายประดิษถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดพังงา ชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ให้พนักงานสอบสวนเสนอต่อศาลจังหวัดภูเก็ตขออนุมัติหมายจับ เพื่อทำการอายัดตัวนายประดิษดำเนินคดีตามกฎหมายต่อใน จ.ภูเก็ต
พ.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า นายประดิษได้ก่อเหตุในพื้นที่ ต.วิชิต 2 แห่ง โดยมีผู้เสียหาย 2 รายที่มีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีหลักฐานพร้อมที่จะเสนอต่อศาลจังหวัดภูเก็ตอนุมัติหมายจับได้ โดยขณะนี้นายประดิษถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพังงา และเมื่อศาลจังหวัดภูเก็อนุมัติหมายจับแล้ว พนักงานสอบสวนจะดำเนินการอายัดตัวนายประดิษที่เรือนจำจังหวัดพังงา เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อใน จ.ภูเก็ต
"ทาง สภ.วิชิต จึงอยากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้เสียหายที่เคยถูกคนร้ายย่องเบา (ตีนแมว) เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ในร้าน ในสำนักงานหรือในบ้านพัก ทั้งพื้นที่ ต.วิชิต ต.ฉลอง และใกล้เคียงสามารถเข้าแจ้งความได้ที่ สภ.วิชิต และทุก สภ.ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อจะได้นำตัวคนร้ายมาเพิ่มโทษต่อไป" พ.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าว



