เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก อัตราแลกเปลี่ยน สภาพอากาศ Facebook Youtube ค้นหา

สสจ.ห่วงวัยรุ่นวัยคึกคะนอง เฝ้าระวัง-เก็บข้อมูลซิฟิลิส หลังสธ.พบมีแนวโน้มสูงขึ้น

ภูเก็ต – นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิส ภายหลังจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มอบหมายหน่วยในสังกัดกรมควบคุมโรค เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าสถานการณ์โรคซิฟิลิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจากรายงานพบผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 15-24 ปี

ข่าวภูเก็ต

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤษภาคม 2562, เวลา 17:51 น.

กรมควบคุมโรค รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถานการณ์โรคซิฟิลิสที่เผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลบางรัก สังกัดกรมควบคุมโรค กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่ากรมควบคุมโรคให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด ทางกรมฯ พร้อมสนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัย ผ่านสถานบริการของรัฐและหน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรค โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

หลังพบว่าสถานการณ์โรคซิฟิลิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา พบรายงานผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุด ในช่วงอายุ 15-24 ปี คิดเป็นร้อยละ 36.9 ซึ่งอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน และวัยเจริญพันธุ์

ทางด้าน นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยกับ ข่าวภูเก็ต วันนี้ (9 พ.ค.) ว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต (สสจ.ภูเก็ต) พร้อมดำเนินการฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิสในจังหวัดภูเก็ต

“ต้องเรียนว่าทางสสจ.ยังไม่มีข้อมูลโรคซิฟิลิสที่เป็นปัจจุบันของจังหวัดภูเก็ต จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงหรือไม่อย่างไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการเก็บข้อมูลเพื่อดำเนินการป้องกันและรับมือต่อไป” นพ.ธนิศ กล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ข้อมูลจากการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีของกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาปี 2560 พบว่าวัยรุ่นมีแนวโน้มการมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น โดยอายุเฉลี่ย 13-15 ปี และไม่ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกประมาณร้อยละ 30 ส่วนข้อมูลพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัย

ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 76.9 และ 66.7 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 74.1 และ 76.9 ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 69.5 และ 74.6 จากข้อมูลทำให้เห็นว่าวัยรุ่นยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ซึ่งจะทำให้วัยรุ่นติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอชไอวี และการท้องไม่พร้อม

สำหรับในส่วนของจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์ สสจ.ภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “จากข้อมูลกรมควบคุมโรคที่พบว่า วัยรุ่นวัยคึกคะนองเป็นช่วงอายุที่น่าเป็นห่วง จึงอยากขอฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะเด็กเยาวชนให้ป้องกันตัวเองโดยการสวมถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างเช่นซิฟิลิส และอย่าเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ เพราะจะเป็นการเสี่ยงต่อการติดโรคได้” นพ.ธนิศ กล่าว

สำหรับโรคซิฟิลิส เป็นโรคที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การรับเลือดจากผู้ที่ติดเชื้อ หรือจากแม่ที่ติดเชื้อซิฟิลิสแล้วไม่ได้รับการรักษาสู่ทารกในครรภ์ หลังจากได้รับเชื้อในช่วงแรกอาจจะพบแผลที่อวัยวะเพศ หลังจากนั้นแผลจะหายได้เอง และจะมีผื่นตามร่างกาย ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่อวัยวะเพศ อาจมีผมร่วงเป็นหย่อมๆได้ โดยผู้ติดเชื้อบางรายอาจจะไม่แสดงอาการ แต่เชื้อนั้นจะอยู่ในร่างกายถ้าไม่ได้รับการรักษา เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี เชื้อนี้สามารถก่อให้เกิดความผิดปกติที่สมอง และระบบหัวใจและหลอดเลือดได้

เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มีอาการแสดง ผู้ป่วยจะทราบว่าติดเชื้อได้ต่อเมื่อมีการไปตรวจเลือด เช่น การตรวจเลือดเพื่อบริจาคเลือด หรือการตรวจคัดกรองในระยะฝากครรภ์ ซึ่งโรคนี้มียารักษาและสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ควรมีการตรวจติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูระดับผลเลือด

ด้านการป้องกันโรคนั้น กรมควบคุมโรคขอแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และรับผิดชอบต่อคู่และสังคม ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หากมีความเสี่ยงมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ขอแนะนำให้เจาะเลือดเพื่อตรวจคัดกรองซิฟิลิสและเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและลดโอกาสการแพร่เชื้อของโรคได้

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค มีนโยบายสนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งประชาชนสามารถรับถุงยางอนามัยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านสถานบริการของรัฐและหน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรค หากผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าตนเองป่วย สามารถขอรับคำปรึกษาโดยผ่านทาง เฟซบุ๊ก Bangrak STIs Center (โรงพยาบาลบางรัก)

รวมทั้งข้อมูลความรู้ในการป้องกันตนเองและคู่ให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ การใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนปรึกษาเอดส์ โทร.1663 หรือที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

รายงานเพิ่มเติม : วรัญญา พรหมพิณพิลาส

 

 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่