หลังรับแจ้งจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวชร่วมตรวจที่เกิดเหตุ ก่อนเดินทางมายังโรงแรมเพื่อตรวจสอบ
จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชในการชันสูตรพลิกศพ พบเป็นศพหญิงชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ นางสาว คาร์ลา แอน เดรชเชอร์ อายุ 47 ปี สัญชาตินิวซีแลนด์ นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอนภายในห้องพัก ตามเนื้อตัวร่างกายไม่มีร่องรอยบาดแผลผิดสังเกตน่าสงสัย ภายในห้องพบยาประจำตัวจำนวนมากเป็นกลุ่มยากดประสาท มีกระป๋องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เปิดดื่มแล้ว 3 กระป๋อง แก้วค็อกเทลอีก 2 แก้ว ซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ภายในห้องไม่มีร่องรอยรื้อค้นผิดสังเกต
สอบถามพนักงานโรงแรมทราบว่า วันที่พบศพเวลาประมาณ 13.30 น. ได้มีเพื่อนของผู้ตายออกมาเรียกขอความช่วยเหลือจากพนักงานเนื่องจากผู้ตายไม่หายใจ พนักงานโรงแรมจึงเข้าช่วยเหลือทำซีพีอาร์และตามแพทย์ฉุกเฉินแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ แพทย์แจ้งว่าได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรแจ้ง สภ.กะรน ทราบ
จากการสอบถาม นายเพอรี่ ชามิรี อายุ 49 ปี สัญชาติเยอรมัน เพื่อนของผู้ตายทราบว่า ได้ดื่มกินกับผู้ตายที่บาร์แห่งหนึ่งในพื้นที่กะตะ แล้วกลับถึงที่โรงแรมประมาณตี 1 และได้เปิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดื่มกันที่ห้องอีกครั้ง โดยผู้ตายดื่มแอลกอฮอล์เยอะมากตั้งแต่อยู่ที่ร้านและที่ห้อง หลังจากนั้นทั้งสองได้หลับนอนไป เมื่อตื่นมาตอนเที่ยงเพราะมีพนักงานทำความสะอาดมาเคาะ นายเพอรี่ตื่นจึงออกไปบอกพนักงานว่าไม่ต้องทำความสะอาด และเมื่อเดินกลับมาที่เตียงและเรียกผู้ตาย พบว่าผู้ตายไม่ตอบสนองและไม่หายใจ จึงได้รีบไปเรียกพนักงานโรงแรมมาช่วยดังกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายเพอรี่มาสอบปากคำ ตรวจสารเสพติด และตรวจดูตามร่างกาย พบว่านายเพอรี่ฯ ไม่ได้เสพสารเสพติด ไม่มีร่องรอบบาดแผลใดๆ น่าสงสัย ตามร่างกายของ นายเพอรี่ฯ
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและบันทึกการเข้าออกห้องสอดคล้องกับคำให้การของเพื่อนผู้ตาย ตรวจสอบไปที่ร้านที่ทั้งสองไปนั่งดื่มพบว่าทั้งสองไปนั่งดื่มกันจริง และพากันกลับไปพร้อมกัน โดยไม่ได้มีปัญหาทะเลาะอะไรกันตลอดเวลาที่อยู่ที่ร้าน และจากการสอบถามพนักงานของโรงแรมทราบว่าในคืนดังกล่าวนี้ไม่มีการแจ้งเหตุส่งเสียงดังหรือทะเลาะกันภายในห้องจากห้องข้างเคียง
จากการชันสูตรเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด น่าเชื่อว่าอาจเกิดจากการกินยาประจำตัวและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากทำให้ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8-10 ชั่วโมง (นับจากเวลาที่ชันสูตร 16.30 น.) น่าเชื่อว่าเสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ 6.30 - 8.30 น. จากนั้นจึงได้ถ่ายภาพ ทำแผนที่เกิดเหตุไว้ แล้วส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต และรับไว้เป็นคดีชันสูตรและจะได้ทำการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


