Expedia

อธิบดีกรมป่าไม้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินเทือกเขานาคเกิดเตรียมยึดคืนเป็นป่าชุมชน

ภูเก็ต - เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2562 ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก. 2 (ภูเก็ต) ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในที่ประชุมได้ให้เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานรายงานข้อมูลการตรวจสอบหลังจากที่มีการลงพื้นที่ไปล่วงหน้าเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเสนอแนวทางที่จะดำเนินการ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชม.ก่อนออกเดินทางด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 7 กิโลเมตร

เอกภพ ทองทับ

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม 2562, เวลา 12:24 น.

ในที่ประชุมประกอบด้วย นายวีระพงษ์ พลธิรักษา ผู้ตรวจราชการสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.), พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดศูนย์ประสานการปฏิบัติการที่ 4 (ศปป.4) กอ.รมน, นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร, นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ชุดพยัคฆ์ไพร, นาวาเอกบวร พรมแก้วงาม รองผอ.รมน.ภูเก็ต, นายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน, ชุดปฏิบัติการศูนย์ประสานการปฏิบัติการที่ 4 (ศปป.4), กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.), เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม่ที่ 12 สาขากระบี่, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก.2 (ภูเก็ต) กอ.กรมน.ภูเก็ต, สปก.ภูเก็ต,ตำรวจ กก.5บก.ปทส., เจ้าหน้าที่ทหารเรือ, ทหารบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยได้มีการลงตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด 3 จุด ซึ่งสองจุดแรกเป็นจุดที่ สปก.ภูเก็ตได้มีการพิจารณาและยกเลิกสิทธิ์ทำกินในที่ดินดังกล่าวมาแล้ว ส่วนอีกจุดรู้จักกันในชื่อ ผาหินดำ อยู่ระหว่างการการบังคับใช้มาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และจุดที่ 3 คือ บริเวณ Dragon cape

นายอรรถพล กล่าวภายหลังการลงตรวจสอบพื้นที่ ว่า ด้วยกรมป่าไม้ได้รับการร้องเรียนจากกำนันในพื้นที่ ว่า มีผู้เข้ามาบุกรุกใช้ประโยชน์ในพื้นที่เขานาคเกิด ซึ่งค่อนข้างมีความสลับซับซ้อนนับแต่มีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และประกาศเขตพื้นที่ ส.ป.ก. กระทั่งมีการประกาศเพิกถอน รวมถึงการครอบครองพื้นที่ต่อเนื่องมา ก่อนที่จะลงมาตรวจสอบในครั้งนี้ได้มีการ จับกุมรถแบ็คโฮที่เข้ามาปรับที่ดินในเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ แต่ในรายละเอียดของการยึดถือครอบครองจะมีจำนวนมากกว่านั้น และได้มีการร้องเรียนไปยังศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กรมป่าไม้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ส่งชุดพยัคฆ์ไพรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งทหารบก ทหารเรือ และตำรวจ รวมถึง สปก.ภูเก็ต

เบื้องต้นในส่วนที่เป็นคดีแล้วจะเร่งรัดติดตาม และขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาช่วยตรวจสอบ เพราะถือเป็นคดีใหญ่ เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก ส่วนที่เหลือที่จะต้องมีการขยายผลในส่วนที่เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ได้มีการพูดคุยกับทางผู้ตรวจฯ ส.ป.ก. ว่า จะต้องมีการคัดกรองและตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมในเรื่องการใช้ประโยชน์ รวมไปถึงการพิสูจน์การครอบครองตามสิทธิ์ของ ส.ป.ก. ในแต่ละแปลง โดยมีคณะทำงานสำคัญ ทั้งคณะกรรมการปฎิรูปที่ดินจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าฯ เป็นประธาน ก็จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมในเรื่องของแนวทางการคัดกรองและแก้ไขปัญหา รวมถึงแนวทางในการกำหนดพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นป่าชุมชนในอนาคต

Thai Residential

ขณะที่นายชีวะภาพ กล่าวว่า พื้นที่ที่มีปัญหาบุกรุกครอบครองและข้อพิพาทมีประมาณ 600-700 ไร่ ซึ่งเป็นจุดที่มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติและมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ซึ่งการทำงานในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จในการบูรณาการความร่วมมือกันของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะใครก็แล้วแต่ที่จะมายึดถือครอบครองโดยไม่มีอะไรรองรับหรือผิดก็ต้องถอยออกไป โดยมีคดีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่คลับเฮ้าส์ บริเวณหาดนุ้ย จำนวน 1 คดี, คดีบุกรุก 2 ไร่ และสามารถจับกุมรถแบ็คโฮได้ และล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประมาณ 140 ไร่ ซึ่งต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด และมีการขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาก็ไม่จบ

เนื่องจากที่ดินบริเวณนี้มีมูลค่าค่อนข้างมากนับเป็นหมื่นล้านบาท จึงไม่ควรตกเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งการดำเนินการจะเห็นผลภายในสองเดือน และจะต้องดำเนินการให้จบ คือ หาดฟรีด้อมกับหาดนุ้ย โดยอธิบดีฯ จะมีการลงนามในมาตรา 25 ตามระเบียบป่าสงวนแห่งชาติรื้อถอนสิ่งปลูกที่อยู่ใน 2 พื้นที่ดังกล่าว และนำพื้นที่กลับมาให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ทางด้านกำนันตำบลกะรน กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยเป็นคนในพื้นที่ จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และจากการร้องเรียนที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของคนในพื้นที่ก็ค่อนข้างหนักใจ ซึ่งถือว่าโชคดีที่อธิบดีกรมป่าไม้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานในการรักษาพื้นที่ป่า การให้แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงแนวทางในการอนาคตที่ให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางของป่าชุมชนตามระเบียบกฎหมาย

พื้นที่ทั้งหมดนั้นถูกบุกรุกจากคนภายในนอก โดยเฉพาะพื้นที่หาดนุ้ย นับเป็นพื้นที่ที่มีปัญหามานาน ทั้งการยิงข่มขู่ การทำร้ายร่างกาย การเรียกเก็บเงิน จนเป็นที่หวาดกลัวของคนในพื้นที่ ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการคืนพื้นที่ให้กับประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งแม้เราต้องการให้แล้วเสร็จโดยเร็วแต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมีเรื่องของข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่