Expedia

เขยสิงคโปร์ขับกระบะพุ่งชนตำรวจกลางวงเวียนอนุสาวรีย์ บาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่

ภูเก็ต - วันนี้ (18 มี.ค. 2569) สภ.ถลาง รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ถลาง ประสบเหตุรถชนขณะปฏิบัติหน้าที่บนถนนเทพกระษัตรีขาออก บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.

เอกภพ ทองทับ

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569, เวลา 18:06 น.

เมื่อเวลาประมาณ 8.30 น. ด.ต.เฉลิมชัย โสทอง สังกัด ผบ.หมู่ จร.สภ.ถลาง ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว (ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย) ได้มาพบพนักงานสอบสวนและแจ้งว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยสะดวกการจราจรบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ และกำลังจัดแท่งแบริเออร์ช่องทางเดินรถอยู่บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ ได้มีรถยนต์ไม่ทราบยี่ห้อทะเบียนมาเฉี่ยวชนแท่งแบริเออร์ และแท่งแบริเออร์กระเด็นกระแทกตนเองล้มลง เมื่อเกิดเหตุแล้วรถยนต์ดังกล่าวขับขี่หลบหนีไป ตรวจสอบพบแท่งแบริเออร์เสียหายเล็กน้อย 8 แท่ง

ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบและพบว่าผู้กระทำความผิดคือ นายเท วี คอง โจนาทาน (TEY WEE KEONG JONATHAN) อายุ 44 ปี สัญชาติสิงคโปร์ (หลบหนี/ทราบชื่อสกุลภายหลัง)

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า รถยนต์ที่เฉี่ยวชนเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี นางพรพิศ จิตประพันธ์ เป็นผู้ครอบครอง และเมื่อตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์และสอบถามเบื้องต้น นางพรพิศฯ แจ้งว่ารถยนต์คันดังกล่าวมี นายเท วี คอง โจนาทาน สัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นบุตรเขยเป็นผู้ขับขี่ ซึ่งต่อมา นายเท วี คอง โจนาทาน ได้นำรถยนต์ดังกล่าวเข้ามาพบพนักงานสอบสวน

ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น นายเท วี คอง โจนาทาน เล่าว่า ตนขับรถคันเกิดเหตุมาจากพื้นที่ ต.กะทู้ เพื่อกลับบ้านพักพื้นที่ ต.สาคู โดยไม่ทราบว่ารถยนต์ได้เฉี่ยวชน และเมื่อตนเองทราบเรื่องจาก นางพรพิศ จิตประพันธ์ ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นแม่ของภรรยา แจ้งให้ทราบเรื่อง ตนเองจึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน

Berda Claude International School of Phuket (BCIS)

พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีจราจรในความผิดฐาน “ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดรถช่วยเหลือ ไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือหลบหนี”และได้เบื้องต้นส่งตัว ด.ต.เฉลิมชัย โสทอง เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และนำ นายเท วี คอง โจนาทาน ตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ที่โรงพยาบาลถลางไว้แล้ว และได้ตรวจยึดรถคันก่อเหตุไว้เป็นของกลาง และได้เรียกผู้ครอบครองรถยนต์คันของกลางมาสอบสวนปากคำเป็นพยาน เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่ขับขี่และกระทำผิด ในระหว่างรอผลการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ และผลตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ของผู้ต้องหาเพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่