ข้อมูลระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.35 น. วันที่ 26 ม.ค. 2569 โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแม่กับลูกชายเดินเข้ามาภายในร้าน เพื่อจะขอเข้าห้องน้ำ จากนั้นได้นั่งสั่งอาหาร ต่อมาพ่อและลูกสาวเดินตามมาใช้บริการภายในร้าน และสั่งอาหารรับประทานตามปกติ
จากนั้นพ่อและลูกสาวกับลูกชายได้ลุกเดินออกจากร้านไปทางหน้าหาดป่าตอง และเวลาประมาณ 22.03 น. แม่ได้ลุกจากโต๊ะ มาแจ้งพี่แคชเชียร์คิดเงินก่อนที่ตัวเองจะไปห้องน้ำ และเดินออกจากร้านไป ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความว่า “เตือนภัย!! นทท. กินแล้วเดินหนี – เจ้าของร้านรีบไปแจ้งความ เหตุเกิดร้านอาหารแห่งหนึ่งในป่าตอง”
ภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวโซเชียลจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวสอบถามผู้จัดการร้านอาหารคีมา บีช บาร์ เล่าว่า มีครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวอินเดียหรือบังคลาเทศไม่แน่ใจแต่เป็นชาวต่างชาติ เข้ามาใช้บริการร้านอาหาร พอเขากินเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินหนีออกไปโดยที่ไม่ได้จ่ายเงิน
“ตอนแรกแม่กับลูกชายเดินเข้ามาที่ร้านเพื่อมาขอเข้าห้องน้ำ พนักงานแจ้งว่าคุณเข้าได้แต่รบกวนช่วยสั่งอาหารที่ร้าน ถ้าคุณไม่สั่งเราจะคิดค่าบริการห้องน้ำ ทางคุณแม่นั่งและจะสั่งอาหารและบอกว่าเดี๋ยวคุณพ่อและลูกสาวจะเดินตามมา และพอมาถึงเขาก็นั่งปกติไม่มีอะไร ย้ายจากโต๊ะแรกที่นั่งกัน ไปที่ใกล้ ๆ ที่มีโชว์ไฟ หลังจากโชว์ไฟเสร็จคุณพ่อกับลูกชายและลูกสาว ได้เดินออกไปทางหน้าชายหาด” เธอเล่า “ทางร้านเข้าออกได้ 2 ทางคือหน้าชายหาดและทางถนน ต่อมาเหลือคุณแม่อยู่ท่านเดียว ในเวลา 22.03 น. คุณแม่เดินมาที่แคชเชียร์บอกว่า "ขอคิดเงินหน่อยขอบิลหน่อย ฉันขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
ผู้จัดการร้าน เล่าต่อไปว่า ตอนนั้นตนได้ยืนอยู่กับน้องพนักงาน และเริ่มเอะใจว่าที่โต๊ะเหมือนไม่มีใคร จึงรีบปริ้นบิลให้น้องพนักงานชายวิ่งไป แต่เป็นห้องน้ำหญิง น้องผู้ชายไม่สามารถเข้าห้องน้ำผู้หญิงได้ ตนจึงให้น้องผู้หญิงไปเช็คห้องน้ำ ว่ามีลูกค้าอยู่ในห้องน้ำไหม ปรากฏว่าไม่มี ตนจึงเปิดกล้องวงจรปิดดูและเห็นแม่เขา เดินออกไปทางหน้าร้าน ตนจึงไปที่ป้อมบางลา ให้ช่วยเช็คกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้ตามตัวเจอ แต่พอดีกล้องวงจรปิดส่งไปได้แค่ลานจอดรถ ที่หน้าหาดป่าตองและได้เห็นคุณแม่เดินไปทางนั้นและรีบเดินมาก
“คิดว่าโอเค เราโดนแล้ว ตนจึงไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ป่าตอง ทางตำรวจบอกว่าถ้าแบบนี้ตามตัวยากหน่อยเพราะไม่มีข้อมูลลูกค้าเลยมีแค่รูปภาพวิดีโอ แต่ตำรวจบอกว่าถ้ามีอะไรอัพเดททางตำรวจจะแจ้งกลับมา เพราะเขาก็ส่งไลน์เข้าไปในกลุ่มสายตรวจจำนวนเงินที่ไม่ได้จ่ายค่าอาหาร 1,670 บาท”
“สำหรับร้านเรา ถ้าถามว่าจำนวนเงินเยอะไหมก็ถือว่าจำนวนเงินปานกลาง แต่สิ่งที่ต้องการตามที่แจ้งไป เบื้องต้นคือไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับร้านไหนอีก ถ้าร้านเล็กกว่าเรา และทางครอบครัวนี้ไปทำแล้วกินไม่จ่ายเดินออกไปหนีไปเลย ร้านก็จะได้รับความเดือดร้อน” เธอกล่าวทิ้งท้าย



