“อุโมงค์ดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ย 3-4 ครั้งต่อเดือน” พ.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา รอง ผกก.ป.สภ.วิชิต เปิดเผยกับ The Phuket News
“ส่วนใหญ่ที่ประสบอุบัติเหตุจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล เพราะว่าการขับรถในทางลอดนั้นพอเข้าไปมันก็จะบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น และปัจจัยร่วมอย่างอาจจะขับขี่ด้วยความเร็วด้วย แน่นอนว่าพฤติกรรมของผู้ขับขี่ก็เป็นส่วนหนึ่งด้วยของการเกิดอุบัติเหตุ” พ.ต.ท.วุฒิวัฒน์ กล่าว
“ในส่วนจักรยานยนต์เราห้ามลงทางลอด เรามีบังคับใช้กฎหมายตลอด หากเราพบเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์วิ่งเข้าออกจากทางลอด ไม่ว่าจะขับมาหรือจะขับลงไปก็จะมีการจับ และออกใบสั่งทันที ซึ่งกฎหมายเราห้ามอยู่เเล้วว่าห้ามรถจักรยานยนต์ลงไป และก็มีป้ายเตือนด้วย เเต่ถ้าถามว่ายังมีคนฝ่าฝืนไหมมันก็ยังมีอยู่ เเต่อุบัติเหตุที่เกิดจริง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์”
“ในส่วนกายภาพเราอาจจะไม่สามารถทำอะไรได้มาก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นคนรับผิดชอบในการซ่อมเเซมบำรุง การปรับความสว่าง หรือการยกระดับให้อุโมงค์ปลอดภัย ทางตำรวจเรามีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และทาง สภ.วิชิต มีมาตรการในการป้องกันอยู่ตลอด โดยการตั้งด่านและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามรถจักรยานยนต์ใช้ทางลอด เรื่องของการสวมหมวกกันน็อค เรื่องใบขับขี่ และรวมทั้งในส่วนอื่น ๆ ที่เป็นความผิดทางจราจรเรามีการบังคับใช้อยู่เสมอ” พ.ต.ท.วุฒิวัฒน์ ยืนยัน
ปัจจัยหลักอุบัติเหตุ
ด้าน นายสมเกียรติ กิตติโศภิษฐ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงภูเก็ต มีความเห็นแตกต่างกันออกไปว่า ทัศนวิสัยไม่ดีนั้นเป็นปัจจัยหลักของอุบัติเหตุท้ายรถชนท้ายในอุโมงค์ดาราสมุทร แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ผอ.แขวงทางหลวงภูเก็ต ยอมรับว่าสาเหตุหลักของอุบัติเหตุในอุโมงค์คือผู้ขับขี่เข้าไปในอุโมงค์ที่ค่อนข้างมืด ขณะที่สายตาของผู้ขับขี่ยังคงคุ้นเคยกับแสงสว่างจากภายนอก
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวต่อไปว่า “ตอนนี้ติดไฟอยู่ เปลี่ยนไฟอยู่ตลอด เเต่ผมก็ยืนยันว่าเราหมั่นเช็คและมองว่ายังสว่างอยู่ บางทีเราต้องมองสาเหตุด้วยว่าอีกก็มาจากความประมาทได้ เราติดป้ายเตือนด้วยให้ระวัง”
“ลักษณะอุโมงค์ของดาราสมุทรจะต่างจากอันอื่น เราติดไฟอยู่ตลอด มันไม่ได้มืดจนมองไม่เห็น มันเป็นช่อง มันเป็นทางเเค่สองเลน และเเคบกว่า ถ้าเทียบกับอุโมงค์อื่น ๆ บางทีขับไปไม่ได้ระวังก็ชนได้ อุโมงค์มีลักษณะเป็นเนินโค้งลง เราต้องระมัดระวัง” นายสมเกียรติ กล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันเขาก็ยินดีที่จะแจ้งข่าวว่าทางแขวงทางหลวงภูเก็ต จะใช้งบประมาณ 50 ล้านบาทในการเปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดภายในทางลอดทั้ง 5 แห่งบนเกาะแห่งนี้
“ทางแขวงฯ ได้มีการคุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเเล้ว ในเรื่องของการยื่นโครงการ การติดไฟใหม่จะเป็น ระบบไฟอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม สามารถปรับไฟได้ไม่แสบตา ตอนนี้อยู่การดำเนินการวางแผน คาดว่าจะสามารถลงนามทำสัญญาจัดจ้างได้ภายในเดือนหน้า และเริ่มดำเนินการได้ในเดือนกันยายนนี้” เขากล่าว
ความผิดโจรขโมยสายไฟ
“อีกอย่างที่เป็นปัญหาคือมีการลักขโมยสายไฟอยู่อย่างต่อเนื่อง มีมาตลอด ผมเพิ่งมาอยู่ 6 เดือน ซึ่งก็พอทราบปัญหาตรงนี้อยู่ ท่านผู้ว่าฯ เองก็เคยลงมาดูเเล้ว และตอนนี้ระบบเละเทะหมดเเล้ว โจรเอาไปหมด กว่าจะจับได้ มีการตัดสาย ซึ่งตัวระบบมันก็เริ่มไม่ดีเเล้วเราจึงต้องไปติดเพิ่ม ไปซ่อมไปแก้อยู่บ่อยครั้ง ช่างไฟก็เข้าไปติดอยู่ตลอด” นายสมเกียรติ กล่าว
ผอ.แขวงทางหลวงภูเก็ต มองว่า ด้วยอายุการใช้งานที่นาน (10 ปี) ของอุโมงค์ทางลอดแยกดาราสมุทร และความเสียหายที่เกิดจากการโดนโจรกรรม จึงได้มีการพูดคุยกับทางจังหวัดเพื่อที่จะติดตั้งระบบไฟส่องสว่างใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดี
“ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนวางเเผนและวางงบประมาณ อาจจะเอาของงบจังหวัดมาใช้” เขากล่าว “ไฟจ้าไปก็ไม่ดี มืดไปก็ไม่ได้ ตอนนี้เราพยายามวางเเผน มองหาระบบที่สามารถปรับไฟได้ดีอยู่ ไฟเราจะปรับหมดเลย เปลี่ยนใหม่หมดเลย ให้มันดีขึ้น ทันสมัยขึ้น”
“ท่านผู้ว่าฯ เพิ่งไปดูที่ต่างประเทศมาก็ได้มีแนวคิดจะมาปรับใช้กับของบ้านเรา ตอนนี้ไฟในอุโมงค์ระบบที่เป็นอยู่คือโดนตัด โดนขโมย ซ่อมเเล้วซ่อมอีก จนระบบมันรวน มันพรุนไปหมดเเล้ว กำลังดำเนินการเร่งทำใหม่ และคาดว่าคงจะไม่นานเกินรอ” ผอ.แขวงทางหลวงภูเก็ต กล่าวยืนยัน
โครงการ
นายสมเกียรติ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า โครงการจัดตั้งศูนย์ควบคุมเฝ้าระวังสั่งการระยะไกล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเมืองอัจฉริยะ อุโมงค์ทางลอดจังหวัดภูเก็ต มีพื้นที่โครงการตั้งแต่ทางหลวงหมายเลข 402 ตอน หมากปรก - เมืองภูเก็ต และทางหลวงหมายเลข 4024 ตอน บางคู - ตีนเขา โดยจะเป็นการปรับปรุงระบบไฟฟ้าแสงสว่างทั้ง 191 จุดภายในอุโมงค์ทางลอดทั้ง 5 แห่ง (อุโมงค์สนามบิน อุโมงค์บางคู อุโมงค์สามกอง อุโมงค์ดาราสมุทร และอุโมงค์ห้าแยกฉลอง) โดยการติดตั้งใหม่ทดแทนระบบเดิม และปรับปรุงป้ายข้อความแบบปรับเปลี่ยนได้บริเวณอุโมงค์ทางลอดสนามบินภูเก็ต และอุโมงค์ทางลอดบางคู วงเงิน 50 ล้านบาท โดยได้รับงบประมาณ ปี พ.ศ.2568 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน
“น่าจะเริ่มโครงการประมาณปลายปีนี้ เริ่มสัญญาพร้อมกันทั้ง 5 อุโมงค์ ส่วนขั้นตอนการก่อสร้างจะเป็นส่วนที่ทางผู้ควบคุมงานบริหารจัดการร่วมกับทางผู้รับจ้าง ซึ่งการประสานงานระหว่างทีมวิศวกรของสำนักงานทางหลวงภูเก็ตและผู้รับเหมาจะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” นายสมเกียรติ กล่าว


