หลังรับแจ้งพร้อมพวกจึงออกตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบแบริเออร์บรรจุน้ำแท่ง สีส้ม ได้รับความเสียหายจำนวน 23 อัน ทราบจากแขวงทางหลวงว่าราคาอันละ 3,900 บาท รวมราคาความเสียหาย จำนวน 89,700 บาท (เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงได้มาประสานเรียบร้อย และจะทำบันทึกราคาเสนอให้ชดใช้ค่าเสียหายไปยังบริษัทประกันของผู้ต้องหาต่อไป) แตกกระจายเต็มพื้นถนน จึงได้เรียกข่ายสายตรวจจราจรมาช่วยกันจัดการจราจรแผงแบริเออร์ที่ได้รับความเสียหาย และแจ้งแขวงการทางให้ทราบภายในที่เกิดเหตุไม่พบรถยนต์ผู้ก่อเหตุ แต่พบแผ่นป้ายทะเบียนตกหล่นบริเวณจุดเกิดเหตุ
พนักงานสอบสวนได้จัดทำบันทึกตรวจที่เกิดเหตุ แผนที่เกิดเหตุโดยสังเขป และได้แจ้งให้ฝ่ายสืบสวนทราบ จนทราบชื่อเจ้าของรถตามป้ายทะเบียน และได้ติดต่อไปยังชื่อผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว ทราบว่าเป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุจับรถเฉี่ยวชนแบริเออร์เป็นชายอายุ 47 ปี จึงได้เชิญให้ชายคนดังกล่าวเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ (6 ก.ค. 69)
พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหา “ขับขี่รถเฉี่ยวชนทรัพย์สินราชการได้รับความเสียหาย” และเปรียบเทียบปรับเป็นพินัย และได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มว่า “ขับขี่รถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินโดยไม่หยุดรถ และให้ความช่วยเหลือตามสมควรฯ” เบื้องต้นให้การรับสารภาพ



