Expedia

คาเฟ่ลูกสิงโตยืนยันมาตรฐานการดูแล หลังคลิปไวรัลทำพิษจนถูกจับตามอง

คาเฟ่สิงโตในเขตเมืองเก่าภูเก็ตได้ออกมาปกป้องแนวทางการดูแลและการปฏิบัติต่อสัตว์ของทางร้าน ในขณะที่การตรวจสอบทวีความเข้มข้นขึ้นหลังจากมีคลิปวิดีโอเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยืนยันแล้วว่าธุรกิจดังกล่าวดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569, เวลา 14:00 น.

ภาพ Lion Phuket Café

ภาพ Lion Phuket Café

ข้อพิพาทนี้ปะทุขึ้นหลังจากมีการเผยแพร่ภาพทางออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นลูกสิงโตอยู่ภายในตู้กระจกที่ ไลอ้อน ภูเก็ต คาเฟ่ (Lion Phuket Café) บนถนนกระบี่ ในตัวเมืองภูเก็ต ส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ ความปลอดภัยสาธารณะ และความถูกต้องตามกฎหมายในการนำสัตว์ป่ามาไว้ในสถานประกอบการท่องเที่ยว ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วหลังจากถูกหยิบยกขึ้นมาโดย สิรณัฐ ‘ทราย’ สก๊อต นักอนุรักษ์ทางทะเลลูกครึ่งไทย-สกอตแลนด์ และอดีตที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

โดยทรายได้ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างทางกฎหมายของไทยที่ควบคุมดูแลสัตว์ป่า โดยระบุว่าภายใต้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 การเพาะพันธุ์ การครอบครอง และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากสัตว์ป่าคุ้มครองบางชนิด สามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม เขาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับวิธีการนำกฎหมายมาใช้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยว

ผู้แสดงความคิดเห็นรายหนึ่งระบุว่า “ฉันได้ติดต่อหน่วยงานรัฐหลายแห่ง รวมถึง PETA และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิสัตว์อื่น ๆ แล้ว แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น... มันน่าเศร้ามาก” ในอีกบทสนทนาหนึ่ง มีชาวต่างชาติตั้งคำถามว่า “สิ่งนี้ได้รับอนุญาตในประเทศไทยหรือ? มันน่าเศร้ามาก พวกเขาทำอะไรกับสิงโตเพื่อให้มันยอมปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์?”

คุณทรายตอบคอมเมนต์โดยได้กล่าวถึงการทารุณกรรมสัตว์ “กฎหมายของเราอนุญาตให้มีการขาย เพาะพันธุ์ และกักขังสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์และสัตว์ป่าคุ้มครองหากคุณจ่ายเงินค่าใบอนุญาต” เขากล่าว “ผมเชื่อว่าพวกเขาใช้ยาซึมอย่างหนักและทารุณกรรมสิงโตเหล่านั้น”

การชี้แจง

ในการให้สัมภาษณ์กับ The Phuket News คุณลินาผู้จัดการคาเฟ่ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาต่าง ๆ และยืนยันว่าสิงโตเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูภายใต้ระเบียบการดูแลที่เข้มงวดตั้งแต่วินาทีที่พวกมันมาถึง “เราดูแลพวกเขาเหมือนเด็กทารก” เธอกล่าว

คุณลินาอธิบายว่าในช่วงแรก สิงโตแต่ละตัวจะถูกแยกออกมาเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับความสะอาด การให้อาหาร และสุขภาพ “พวกเขาจะถูกป้อนอาหารเป็นรอบ ๆ ตามตารางเวลา และเราจะปรับปริมาณตามสัตว์แต่ละตัว”

ลูกสิงโตแต่ละตัวจะมีผู้ดูแลเฉพาะ หรือ “คีปเปอร์” ที่รับผิดชอบในการเฝ้าสังเกตสภาพของมัน “หากมีลูกสิงโตตัวใหม่มาถึง ผู้ดูแลคนนั้นจะต้องดูแลแค่ตัวนั้นตัวเดียวก่อน เพื่อที่เราจะได้ตรวจสอบสัตว์ได้อย่างเหมาะสม” เธอกล่าว

ปัจจุบันคาเฟ่แห่งนี้มีสิงโต 3 ตัว ได้แก่ ตัวผู้สีขาว 2 ตัว และตัวเมียขนาดใหญ่กว่า 1 ตัว ซึ่งทั้งหมดมาจากฟาร์มที่ได้รับใบอนุญาต คุณลินาระบุว่าลูกสิงโตจะถูกเลี้ยงไว้ที่คาเฟ่เป็นเวลาประมาณ 4 เดือน ตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่กำหนด

“เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ พวกเขาจะวัดพื้นที่และกำหนดข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น ความสูงของกรงล้อม เพื่อความปลอดภัย” เธอกล่าว “หลังจากครบ 4 เดือน เราต้องส่งพวกมันไปให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าดูแลต่อ”

“คาเฟ่ได้รับอนุญาตให้เลี้ยงสิงโตได้จนถึงอายุประมาณ 4 เดือนเท่านั้น และทำงานร่วมกับฟาร์มที่ได้รับใบอนุญาตในการจัดหาตัวสัตว์มา” เธอกล่าวยืนยัน อย่างไรก็ตาม เธอปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับราคาและที่ตั้งของฟาร์มเหล่านั้น”

เธอเน้นย้ำว่า สิงโตทุกตัวได้รับการฉีดวัคซีนและอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ประจำ “หากสิงโตแสดงอาการผิดปกติใด ๆ สัตวแพทย์ของเราจะตรวจสอบพวกมันทันที” คุณลินา กล่าว “สิงโตนอนและกินอยู่ที่คาเฟ่ พวกมันมีห้องส่วนตัว พร้อมที่นอนและพื้นที่แยกส่วนกัน”

HeadStart International School Phuket

เพื่อตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณะ เธอเน้นย้ำระเบียบปฏิบัติที่เข้มงวดด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย โดยลูกค้าต้องฆ่าเชื้อที่มือก่อนเข้าใช้บริการ สำหรับผู้ที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสิงโตจะต้องล้างมืออีกครั้งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ถอดรองเท้า คลุม และฆ่าเชื้ออีกครั้งหนึ่ง และหลังจากสัมผัสตัวสัตว์แล้ว พวกเขาจะต้องล้างมืออีกครั้ง และพนักงานต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเดียวกันนี้ตลอดเวลา

และเธอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าคาเฟ่แห่งนี้หลีกเลี่ยงข้อกำหนดทางกฎหมาย “เราไม่ได้ซื้อใบอนุญาต เรารอจนกระทั่งกระบวนการขอใบอนุญาตเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะนำสิงโตเข้ามา” เธอกล่าว และยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเป็นประจำ และทางเทศบาลก็เข้ามาดูแลการดำเนินงานด้วยเช่นกัน

คำตอบจากเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า คาเฟ่แห่งนี้ครอบครองสัตว์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ สิงโตทั้ง 3 ตัวได้รับการจดทะเบียนและฝังไมโครชิปอย่างถูกต้อง และผู้ประกอบการได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายที่กำหนดไว้ครบถ้วนแล้ว และยังยืนยันด้วยว่า ธุรกิจนี้มีคนไทยเป็นเจ้าของ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาวของ เกลาส เฮาส์ คาเฟ่ ก่อนหน้านี้ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการชาวจีนในพื้นที่ ต.รัษฎา

อย่างไรก็ตาม นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีเคส เกลาส เฮาส์ คาเฟ่ ก่อนหน้านี้

โดยทางสำนักงานกรมอุทยานฯ ได้ออกคำชี้แจงต่อสาธารณะทันทีหลังจากวิดีโอถูกเผยแพร่ และได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคาเฟ่ดังกล่าว และย้ำว่าสัตว์เหล่านี้ถูกเลี้ยงดูตามมาตรฐานทางกฎหมายและสวัสดิภาพสัตว์ และมีการเฝ้าติดตามอย่างสม่ำเสมอ






 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่