Expedia

ดราม่าสนั่น! คลิปเรียกเก็บค่าเข้าร้าน 40 บาทย่านเมืองเก่าภูเก็ต ว่อนโซเชียลจีน

ภูเก็ต - จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 เพจดังในจังหวัดภูเก็ต โพสต์ข้อความระบุว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดียของจีน โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Douyin ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ภายในร้านค้าบนถนนเยาวราช ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

เอกภพ ทองทับ

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569, เวลา 13:21 น.

ในโพสต์ระบุว่า มีหญิงชราภายในร้านเรียกเก็บค่าเข้าไปดูสินค้าจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ครั้งละ 40 บาท และเมื่อไม่ได้รับเงินตามที่ต้องการ ได้มีการพูดจาไม่เหมาะสม พร้อมทำท่าทางล้อเลียน คล้ายเหยียดเชื้อชาติ สร้างความไม่พอใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในพื้นที่

หลังคลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในโซเชียลจีนและไทย โดยชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความเห็นหลากหลาย อาทิ ตั้งคำถามถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย บางส่วนระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ถือเป็นตลาดสำคัญของประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ และมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยโดยรวม

เจ้าของร้านขายเซรามิกที่อยู่ในคลิปดังกล่าวเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า “วันนั้นเขาเดินมา ทำนองถามว่าทำไมต้องเก็บตังค์ แล้วเขาก็ด่าตน ว่าอย่ามาทำแบบนี้นะ ตนไม่ได้ด่าตอบแต่ตนทำแลบลิ้นใส่เขา เพราะเขายกมือถือมาถ่าย ตนก็เลยแลบลิ้นใส่ เพราะตนไม่รู้จะด่าอย่างไร”

“ที่เก็บเงิน 40 บาท เพราะว่าเวลาคนเข้ามาบางทีมาเป็นครอบครัว บางคนเข้ามาทำของหล่นแตก แล้วบอกเราว่าตั้งใจทำของหล่นแตก ไม่ยอมจ่าย บางทีของ 200-300 บาท จะไปถึงตำรวจทำไม สำหรับเงิน 40 บาทถ้าคนตั้งใจซื้อเขาก็ยอมจ่ายแต่ถ้าเขาไม่ตั้งใจซื้อ เขาก็แค่ชะเง้อดูแล้วก็ไป ก็แค่นั้นเองเราไม่ได้ต้องการอะไรมาก เราแก่แล้วเราเปิดร้านเราก็อยากทำงาน ถ้าคนเข้ามาเยอะ ๆ เราก็ไม่เอาเรามีสิทธิ์ ถ้าคุณไม่อยากจ่ายคุณก็ไม่ต้องจ่าย เราไม่ได้ไปบังคับอะไร” เธออธิบายเพิ่มเติม

“แล้วทำไมเขาไม่ถ่ายตอนที่เขาด่าเราทำไมเขามาถ่ายตอนที่เราแลบลิ้นใส่เขา แล้วคนเราอยู่ดี ๆ จะแลบลิ้นใส่เขาเหรอ เราไม่ใช่เด็กอายุ 5 ขวบ เรา 70 ปีแล้ว เขามาเที่ยวเมืองไทยมาหาแสง เมื่อกลับไปแล้วได้โชว์ว่าของมาเมืองไทยแล้ว มาถึงก็มายืนด่าเราแล้วกันก็เลยแลบลิ้นใส่ แล้วนำไปโพสต์แล้วทำไมไม่มาถามเราว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร” เธอเล่า

ล่าสุดวันนี้ (16 ก.พ. 2569) เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นางสาววรนิษฐ์ อภิรัฐจิรวงษ์ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต มอบหมายนางสาวสุพรรษา ช่วยชนะ หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน โดยมี นายวิมล หนูแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นางดัชนี สัจจะบุญทวี ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง

นางสาวสุพรรษา กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวในวันเดียวกัน ก็ได้รับมอบหมายจากพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตให้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการได้ติดป้ายแสดงราคาสินค้า พร้อมรายละเอียดเงื่อนไขค่าบริการอย่างชัดเจน โดยมีการแจ้งค่าบริการเข้าร้าน 40 บาท และระบุว่าเมื่อลูกค้าซื้อสินค้า สามารถนำค่าบริการดังกล่าวไปหักเป็นส่วนลดได้ ทั้งนี้ ป้ายแสดงข้อมูลมีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ติดบริเวณประตูทางเข้าร้านอย่างชัดเจน

Thai Residential

ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำและกำชับผู้ประกอบการให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากการกระทำใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการรับปากจะปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต มีแผนลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำผู้ประกอบการสัปดาห์ละ 3 วัน (วันจันทร์ พุธ และศุกร์) และในช่วงเทศกาลจะเพิ่มความถี่ในการตรวจมากขึ้น โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานชั่งตวงวัด สำนักงานสาธารณสุข สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สถานีตำรวจในพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงขอความร่วมมือผู้นำชุมชน เจ้าของตลาด และภาคเอกชน ให้กำชับร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ การเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ หากมีการแสดงป้ายราคาและเงื่อนไขอย่างชัดเจนตั้งแต่บริเวณหน้าร้าน ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 68 พ.ศ. 2568 เรื่อง การแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตได้กำชับผู้ประกอบการให้ระมัดระวังพฤติกรรมและการแสดงออกที่อาจกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยว พร้อมขอความร่วมมือปรับปรุงการสื่อสารให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดและประเทศ โดยทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตจะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานกระทรวงพาณิชย์เพื่อกำชับแนวทางปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มงวดต่อไป




 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่