“จากกรณีที่พนักงาน Studio 7 เซ็นทรัลภูเก็ต ได้กระทำความผิดอย่างร้ายแรง โดยการนำเสนอข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปเผยแพร่โดยมิชอบ ทางบริษัทถือว่านี่คือความผิดอย่างร้ายแรง ทั้งต่อลูกค้าของบริษัทและต่อกฎระเบียบของบริษัทเอง
เบื้องต้นทางบริษัทได้เลิกจ้างพนักงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้เป็นที่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายกับพนักงานที่ทำให้บริษัทเสียหายเช่นเดียวกัน
ทางบริษัทมีนโยบายและระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน และเข้มงวดเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้านำอุปกรณ์เข้ารับบริการที่ร้าน บริษัทมีกฎห้ามมิให้พนักงานกระทำการเข้าถึงหรือจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าในทุกกรณี สิ่งนี้เป็นข้อกำหนดสูงสุดที่พนักงานทุกทุกคนต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
บริษัทตระหนักถึงความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้า และได้ติดต่อลูกค้าเพื่อขอโทษและแสดงความรับผิดชอบ โดยบริษัทพร้อมให้ให้ความช่วยเหลือ ดูแล และประสานงานอย่างเต็มกำลัง
บริษัทขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอยืนยันว่าบริษัทได้ดำเนินการทบทวน ปรับปรุง และเพิ่มมาตรการควบคุมภายใน รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต
บริษัทขอยืนยันความมุ่งมั่นในการคุ้มครองข้อมูลลูกค้าอย่างเข้มงวด และดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อสังคม” Studio 7 ระบุในแถลงการณ์
ล่าสุดในวันนี้ (30 ก.ค.) เพจเฟซบุ๊ก Studio7 ได้ตอบคอมเม้นต์ว่า ในกรณีนี้ บริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบภายใน และจะรีบดำเนินการต่อในทันที


