Expedia
Expedia

’ทุบทิ้งโบสถ์’ ชาวบ้านตกใจอุโบสถเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อถอนเหลือเพียงซาก

ภูเก็ต - ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อการรื้อถอนพระอุโบสถของวัดพระนางสร้างในอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต หลังมีการโพสต์ภาพการรื้อถอนผ่านทางโซเชียล ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ผู้คนให้ความเคารพสักการะที่มีอายุยืนยาวมากว่า 250 ปี

ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม 2568, เวลา 09:00 น.

อุโบสถหลังดังกล่าวนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีและศาสนกิจสำคัญ "วัดนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองถลาง ที่ผู้คนเคารพสักการะ เป็นเรื่องแปลกที่อนุญาตให้รื้อถอนได้อย่างไร" ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว "รื้อไปได้อย่างไร? ทำไมต้องรื้อ?" ชาวบ้านอีกคนถาม และ "อุโบสถตั้งอยู่มานานหลายปี แต่กลับถูกรื้อในเวลาเพียงไม่กี่วัน"

หลายคนต่างแสดงความไม่พอใจ และให้ความเห็นว่ารู้สึกเสียดายกับการสูญเสียภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ ซึ่งเป็นภาพวาดที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และตำนานท้องถิ่น "ภาพวาดข้างในให้ความรู้และสวยงามมาก น่าเสียดายที่มันหายไปแล้ว" ชาวบ้านอีกคนได้กล่าวไว้

ความปลอดภัย

ตามรายงานของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า อาคารสองหลังเกิดรอยแตกร้าว หลังจากมีอายุใช้งานมากกว่า 40 ปี ทำให้เกิดการทรุดตัวและมีรอยแตกร้าวจำนวนมาก หากใช้อาคารต่อไปอาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้อาคารได้

อ้างอิงจากหนังสือและป้ายประกาศที่ติดตั้งภายในบริเวณวัดที่มีการรื้อถอน จากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต ถึงเจ้าอาวาสวัดพระนางสร้าง ลงนามโดย นายปกรณ์ วรภาสกุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 68 เรื่อง ขอให้ช่วยตรวจสอบอุโบสถวัดพระนางสร้างเพื่อทำการรื้อถอน ระบุว่า “ตามหนังสือที่อ้างถึงวัดพระนางสร้างแจ้งว่าวัดมีสิ่งปลูกสร้างคืออุโบสถและอาคารประกอบ ในสภาพชำรุดสุดโทรม แตกร้าว รั่วซึม ยากแก่การบูรณะซ่อมแซมให้มีสภาพสมบูรณ์และปลอดภัยได้

ในการนี้วัดพระนางสร้างจึงมีความจำเป็นต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวนี้ เพื่อใช้พื้นที่ในการพัฒนาวัดตามแผนผังที่กำหนดไว้แล้วต่อไป ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในวัดอย่างถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบของการก่อสร้างและการรื้อถอนอาคาร วัดพระนางสร้างจึงขอความอนุเคราะห์สำนักงานฯ ช่วยตรวจสอบสภาพอาคารและให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการ

“สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการตรวจสอบอาคารดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีอาคารสองหลังเกิดรอยแตกร้าวอีกทั้งอาคารทั้งสองหลังมีอายุใช้งานมากกว่า 40 ปี ทำให้เกิดการทรุดตัวและมีรอยแตกร้าวจำนวนมาก พิจารณาแล้วหากใช้อาคารต่อไปอาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้อาคารได้” ข้อความระบุในประกาศ

รวมถึงป้ายประกาศของทางวัดพระนางสร้างที่แจ้งว่า โบสถ์หลังเก่าอยู่ระหว่างรอการซ่อมแซม ในระหว่างนี้ทางวัดได้ดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารการออกแบบ ในการบูรณะซ่อมแซมบำรุงรักษากับทางกรมศิลปากร เพื่อป้องกันการเสียหายทางวัดจึงได้ทำหลังคาเมทัลชีทครอบเป็นการชั่วคราว เมื่อมีการบูรณะสังขารปฏิสังขรณ์เป็นที่เรียบร้อยก็จะนำหลังคาเมทัลชีทออก และแจ้งช่องทางในการร่วมบุญบูรณะอุโบสถ

‘เซอร์ไพรส์’

แม้แต่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต ก็ยังไม่ได้รับทราบถึงการรื้อถอนก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น "วัดพระนางสร้างถูกรื้อถอนเมื่อต้นเดือนกันยายน โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า" นายวสันต์ สังข์ศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต กล่าว

"เจ้าอาวาสเป็นผู้สั่งการรื้อถอน โดยยืนยันว่าอาคารอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัยทางโครงสร้าง และท่านได้ดำเนินการภายใต้อำนาจของตนตามกฎหมายไทยและกฎระเบียบของคณะสงฆ์อย่างสมบูรณ์" เขากล่าวเสริม

นายวสันต์อธิบายอีกว่า "วัดเป็นนิติบุคคล และเจ้าอาวาสเป็นผู้แทน มีอำนาจตามกฎหมายในการบริหารจัดการ รวมถึงการซ่อมแซม หรือถ้าหากมีความจำเป็นในการรื้อถอนอาคารที่ไม่ปลอดภัยก็สามารถทำได้ เนื่องจากการซ่อมแซมไม่สามารถทำได้ เพราะโครงสร้างภายในได้ทรุดตัวลงไปแล้ว"

นายวสันต์ชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตไม่มีอำนาจในการลงโทษพระสงฆ์โดยตรง "เมื่อเจ้าอาวาสละเมิดกฎ ทางสำนักฯ จะส่งเรื่องให้พระผู้ใหญ่และคณะกรรมการพิจารณามาตรการทางวินัย แต่ในกรณีนี้ เจ้าอาวาสได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องแล้ว"

อย่างไรก็ตาม The Phuket News พยายามติดต่อเจ้าอาวาสวัดพระนางสร้างหลายครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้

สาเหตุการรื้อถอน

นายวสันต์เปิดเผยในภายหลังว่า พระอุโบสถหลังนี้ได้รับการบูรณะครั้งล่าสุดเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว โดยเสาของอาคารถูกปล่อยให้ปละเป็นเวลาหลายปีก่อนจะสร้างเสร็จ ซึ่งทำให้เหล็กเสริมภายในเสาเกิดสนิมและขยายตัวตามกาลเวลา ส่งผลให้โครงสร้างเกิดรอยร้าวไปทั่ว

"น้ำรั่วซึมเข้าไปในอุโบสถในช่วงฤดูฝน และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าอาคารอาจถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ"

เขากล่าวเสริมอีกว่า "หากโครงสร้างถล่มลงมาเองและมีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าอาวาสและผู้นำชุมชนจะต้องรับผิดชอบ" เจ้าอาวาสได้นำผลการตรวจสอบของสำนักงานโยธาฯ ไปเสนอต่อผู้นำชุมชนและคณะกรรมการวัดก่อนการรื้อถอนแล้ว ซึ่งไม่มีใครคัดค้านเลย เพราะเป็นเรื่องความเป็นความตาย"

HeadStart International School Phuket

มรดกของชาติ

วัดพระนางสร้างได้รับการยอมรับและขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรให้เป็น ‘โบราณสถาน’ พระอุโบสถดั้งเดิมของวัดพระนางสร้างมีอายุย้อนไปถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และผ่านการบูรณะมาแล้วหลายครั้งตลอดหลายศตวรรษ

วัดแห่งนี้ได้รับการยอมรับในด้านคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และพื้นที่ดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2527

ตำนาน

วัดพระนางสร้าง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว สำคัญประจำจังหวัด วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2301 และเคยใช้เป็นค่ายสู้รบกับพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2328 ภายในอุโบสถเก่าแก่ยังคงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก 3 องค์ เรียกว่า "พระในพุง" หรือ "พระสามกษัตริย์" ซึ่งอยู่ในพระอุทรของพระพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ 3 องค์อีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในยังได้วาดภาพวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรอีกด้วย

วัดพระนางสร้างมีความผูกพันอยู่กับตำนานนางเลือดขาวแห่งเมืองนครศรีธรรมราช และวัดแห่งนี้ที่พระนางเลือดขาวได้สร้างขึ้นในระหว่างที่จะกลับมารับโทษทัณฑ์ (เสนาบดีกลั่นแกล้งใส่ร้าย โดยกล่าวหาว่านางได้เป็นชู้กับมหาดเล็ก ทำให้ต้องโทษถึงประหารชีวิต) พระนางได้แวะที่ถลาง เกาะภูเก็ต และได้สร้างวัดขึ้นก่อน แล้วค่อยเดินทางกลับไปรับโทษประหารชีวิต ซึ่งได้เกิดความมหัศจรรย์คือ พระโลหิตที่ไหลออกมาแทนที่จะเป็นสีแดงกลับกลายเป็นสีขาวไหลเป็นทาง สร้างความประหลาดใจอย่างมาก พระนางจึงได้รับการขนานนามว่า "พระนางเลือดขาว" และวัดที่พระนางเลือดขาวได้สร้างนั้นต่อมาก็ได้เรียกกันว่า "วัดพระนางสร้าง" กันจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งชาวบ้านเรียกสั้น ๆ ว่า วัดนางสร้าง และวัดแห่งนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531

วัดพระนางสร้างเคยเป็นสถานที่ชุมนุมและตั้งค่ายของวีรสตรีผู้กล้าแห่งภูเก็ต คือ ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ในการต่อสู้กับกองทัพพม่าในช่วงสงครามเมืองถลาง ปี พ.ศ. 2328 ตามที่บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุ การต่อสู้ครั้งนั้นประสบความสำเร็จ สามารถขับไล่ผู้รุกรานและรักษาเมืองถลางไว้ได้

นอกจากบทบาททางศาสนาแล้ว วัดแห่งนี้ยังสนับสนุนด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน ด้วยการมอบพื้นที่และอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งโรงเรียนประถม ซึ่งพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือของทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

แผนการก่อสร้างใหม่

นายวสันต์ยืนยันแล้วว่า เจ้าอาวาสได้ให้คำมั่นที่จะสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ในพื้นที่เดิม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดที่อยู่ภายในพระอุโบสถที่ถูกรื้อถอน รวมถึงพระพุทธรูปและประติมากรรมต่าง ๆ กำลังถูกเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังภายใต้การดูแลของวิศวกร อย่างไรก็ตาม ภาพจิตรกรรมฝาผนังได้สูญหายไปแล้ว

ทางด้าน นายเฉลิมวุฒิ พิมพิยุทธ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณคดี (โบราณวัตถุ) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ระบุว่า ได้มีการอนุมัติให้ก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่แล้ว

"เราได้หารือและทบทวนประเด็นนี้เรียบร้อยแล้ว" เขากล่าว "เรายอมรับข้อกังวลจากเจ้าอาวาสและอนุญาตให้วัดดำเนินการสร้างใหม่ได้"

อย่างไรก็ตาม นายเฉลิมวุฒิปฏิเสธที่จะยืนยันว่า ทางสำนักงานฯ ได้ให้การอนุญาตก่อนที่ได้มีการรื้อถอนอุโบสถเก่าหรือไม่






 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่