นายเฉลิมพงศ์ โพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่ขณะสนธิกำลังเข้าจับกุม เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (6 พ.ย. 68) โดยระบุว่า นายตฤณ ทิพย์มงคล รองนายกเทศมนตรีตำบลกะรน พร้อมสมาชิกสภาเทศบาลตำบลกะรน, เจ้าหน้าที่เทศกิจ และ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว 5 คน สนธิกำลังบุกจับกุมผู้ต้องหาลักลอบครอบครอง “ลิงลม” หรือ “ชะนีลม” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 หลังได้รับการร้องเรียน ในตลาดคนเดิน ต.กะรน จ.ภูเก็ต หลังได้รับการร้องเรียน ถึงพฤติกรรมแก๊งทารุณกรรมสัตว์กลุ่มนี้
จากการตรวจสอบ พบ ลิงลม จำนวน 1 ตัว ถูกนำมาเร่ถ่ายภาพกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปโดยผู้ต้องหาคนเดิม (ถูกจับเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 68) กำลังให้นักท่องเที่ยวอุ้มถ่ายภาพ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.กะรน ข้อหาคดีไม่มีใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า โดยหลังจากนี้จะนำส่งสถานีเพาะเลี้ยงจังหวัดพังงา เพื่อทำการอนุบาลและดูแลก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
“อย่างที่ทราบครับ ลิงลม เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ไม่ใช่สัตว์ป่าสงวนโดยตรง แต่ก็เป็นสัตว์ป่าที่ห้ามครอบครอง เลี้ยง หรือค้างายเด็ดขาด การฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ นอกจากนี้ นางอายยังเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และมีพิษในตัว ซึ่งการนำมาเลี้ยงไม่ปลอดภัยและทำลายระบบนิเวศ” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว
“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามักเห็น ลิงลม ถูกนำมาเร่ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวตามย่านท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นริมชายหาดหรือจุดที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ภาพที่ดูเหมือนน่ารักและเชิญชวนให้เข้าไปสัมผัสนั้น แต่แท้จริงเป็นฉากหน้าของความทุกข์ทรมาน
ลิงลมเป็นสัตว์กลางคืน ดวงตากว้างโตของมันสร้างมาเพื่ออยู่ในความมืด แต่เมื่อมันถูกนำออกมาอยู่ในแสงแฟลช เสียงผู้คน มันกำลังอยู่ในโลกที่ทำร้ายมันในทุกลมหายใจ หลายตัวถูกตัดเขี้ยว เพื่อไม่ให้กัด, หลายตัวถูกจับตั้งแต่เล็ก ทำให้ไม่ได้เรียนรู้การเอาชีวิตรอดในธรรมชาติ
นักท่องเที่ยวบางคนไม่รู้ คิดว่าแค่ถ่ายรูปคือการสนับสนุนคนท้องถิ่น แต่ความจริงคือ ทุกครั้งที่มีคนยื่นเงิน นั่นคือการผลักให้สัตว์อีกตัวต้องถูกพรากจากป่า ดังนั้นครับ เราควรไม่สนับสนุนการเร่ค้าสัตว์ หากพบเห็นการกระทำดังกล่าวสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1362 ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอด 24 ชั่วโมง” สส.เฉลิมพงศ์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ ข่าวภูเก็ต เคยรายงานเกี่ยวกับการสนับสนุนการค้าสัตว์ผิดกฎหมาย เตือน! ซื้อนางอายปล่อยป่าเพราะสงสาร เท่ากับส่งเสริมขบวนการค้าสัตว์ผิดกฎหมาย เนื่องจากพบว่ามีนักท่องเที่ยวบางราย พบเห็นการโชว์นางอายแล้วรู้สึกสงสารจึงได้ติดต่อขอซื้อสัตว์เหล่านั้น เพื่อนำมามอบให้เจ้าหน้าที่นำไปปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ โดยไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวนี้ถือเป็นการสนับสนุนการค้าสัตว์ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่แนะนำทางที่ดีที่สุดคือแจ้งกับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อจะได้ดำเนินการตรวจตราและจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ใดกระทำความผิดฐาน ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้การนำนางอายมาหากินในเวลากลางวันนั้นยังถือว่าเข้าข่ายการทารุณสัตว์ ตามพระราชบัญญัติ ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
“นางอายเป็นสัตว์ที่ออกหากินเวลากลางคืน และจะนอนหลับในตอนกลางวัน เพราะฉะนั้นการที่ผู้ประกอบการนำเอานางอายออกมาโชว์และเคลื่อนไหวตัวในเวลากลางวันนั้นถือเป็นการผิดธรรมชาติ ซึ่งจะสามารถส่งผลต่อสุขภาพนางอายเหล่านั้นได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่ามีนางอายบางตัวที่ทางเจ้าหน้าที่รับมาไว้ในความดูแลเกิดความผิดปกติกับสายตาจนถึงขั้นตาบอด เนื่องจากถูกนำมาเป็นเครื่องมือทำมาหากินในเวลากลางวัน เพื่อทำรายได้ให้แก่มนุษย์”



