Expedia
Expedia

บุกรวบแก๊งคอกม้าภาคเหนือย่องเปิดบัญชีภูเก็ต ขยายผลกวาดผัวเมียหัวหน้าคอกคาบ้าน

ภูเก็ต – เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วิชิต บุกรวบสมาชิกคอกม้าภาคเหนือย่องเปิดบัญชีแบงค์ในห้างดังภูเก็ต เบิกเงินเหยื่อหลงเชื่อลงทุน ขยายผลกวาดผัวเมียหัวหน้าคอกคาบ้านพัก ก่อเหตุมาแล้ว 5 เคสไอดี เพียง 2 เดือน ลวงเหยื่อเสียหายกว่า 9 ล้านบาท แถมได้ตัวคนโพสต์หาคนเปิดบัญชีม้าตบท้าย

เอกภพ ทองทับ

วันพุธ ที่ 21 มกราคม 2569, เวลา 11:00 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ม.ค.69 ณ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิตและ พ.ต.อ.เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ตร่วมกันแถลงผลการกวาดล้างจับกุม 4 สมาชิกแก๊งคอกม้าที่ร่วมกันก่อเหตุเปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงินจากการกระทำความผิดหลอกลวงเหยื่อผ่านออนไลน์ มูลค่าความเสียหายกว่า 9 ล้านบาท

โดยนายเวนิช ยอดยิ่งยศ อายุ 25 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 10 ผู้ใดเป็นธุระจัดหาโฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 แสนบาทถึง 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนนายณปราชญ์ หอมจันทร์ น.ส.ชฎารัตน์ ชูสงแสง และนายอภิรักษ์ แซ่ตันแจ้งข้อหาตามมาตรา 9 ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้สืบเนื่องเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 ม.ค. 69 พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิต ร่วมกันสอบสวนสมาชิกแก๊งคอกม้าจากภาคเหนือที่มาลักลอบเปิดบัญชีธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังของ จ.ภูเก็ต หลังจาก พ.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา รอง ผกก.ป.และ พ.ต.ต.วิทยา กุลน้อย สว.สส.นำกำลังชุดสืบสวน สภ.วิชิต เข้าจับกุม นายเวนิช ยอดยิ่งยศ อายุ 25 ปี ภูมิลำเนาอยู่หมู่ 5 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ หลังได้รับประสานจากธนาคารว่าบุคคลดังกล่าวได้มาถอนเงินสด ซึ่งสงสัยว่าอาจเป็นเงินที่โอนมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่ตามแนวชายแดนเพื่อนบ้าน หลังทำการหลอกลวงอดีตข้าราชการเกษียณและเหยื่ออ้างลงทุนในตลาดหลักทรัพย์กว่า 9 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กรณีขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ธนาคารต่าง ๆ ในพื้นที่ สภ.วิชิตร่วมกันเฝ้าระวัง เพื่อปราบปรามผู้กระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์เกี่ยวกับบัญชีม้าของเครือข่ายผู้กระทำความผิด

ก่อนการจับกุม นายเวนิชได้มาขอเบิกเงินสดจากเคาน์เตอร์ภายในธนาคาร 500,000 บาท ซึ่งคาดว่าอาจเป็นสมาชิกแก๊งคอกม้าของกลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงเหยื่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารจึงประสาน พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิต นำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบจับกุมนายเวนิชได้ที่บ้านพักใน ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง 1.สมุดบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาโลตัสภูเก็ต 2.สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสภูเก็ต 3.สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาหางดง 4.สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบิ๊กซีหางดง 5.สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเชียงใหม่ โดยทั้ง 5 บัญชีธนาคารเป็นชื่อนายเวนิช 6.บัตรเดบิตธนาคารไทยพาณิชย์ 7.บัตรเดบิตธนาคารกสิกรไทย 8.บัตรเดบิตธนาคารกสิกรไทย 9.บัตรเดบิตธนาคารออมสิน และ 10.โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง

HeadStart International School Phuket

จากการสอบสวนนายเวนิชให้การยอมรับว่าเป็นผู้เปิดบัญชีธนาคารให้กับขบวนการหลอกลวงออนไลน์หรือคอลเซ็นเตอร์ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท โดยมี นายณปราชญ์ หอมจันทร์ อายุ 20 ปี บ้านอยู่หมู่ 10 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เป็นผู้ชักชวน ซึ่งได้จัดซื้อตั๋วเครื่องบินภูเก็ต-เชียงราย ให้ตนเองบินไปจังหวัดเชียงราย เมื่อเดือน พ.ย.68 และเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา โดยมีคนคอยรับ-ส่งและจัดหาที่พักให้ โดยในเดือน พ.ย.68 ขณะขึ้นไปเปิดบัญชี ได้มีชายชาวลาว ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง โดยมีเจ๊หญิง ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง ซึ่งเป็นคนไทยเป็นคนคอยสั่งการทางโทรศัพท์พาตนเองไปถอนเงินที่ธนาคารสาขาเซ็นทรัลเชียงราย โดยได้รับค่าตอบแทน 10,000 บาท และเงินส่วนที่เหลือ คนลาวที่มาด้วยจะนำไปมอบให้ทีมงานบริเวณชายแดนไทย-ลาว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบในระบบ พบว่ามี 2 คดีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคารออมสินที่ชื่อบัญชี นายเวนิช ยอดยิ่งยศ

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายที่ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ดอนเมือง เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.68 มูลค่าความเสียหายรวม 917,425 บาท พฤติการหลอกลวงลงทุนเทรดหุ้น วันที่ 10 ธ.ค.68 ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สน.พลับพลาไชย 2 มูลค่าความเสียหายรวม 1,552,416 บาท พฤติการหลอกลวงชักชวนลงทุนขายสินค้าเพื่อรับค่าคอมมิชชั่น โดยเงินมีการโอนเข้าบัญชีนายวนิช ยอดยิ่งยศจำนวน 2 เคส ความเสียหายรวม 2,469,841 บาท ขณะที่ยังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 มูลค่าความเสียหายรวม 1,445,000 บาท พฤติกรรมหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล วันที่ 28 พ.ย.68 ผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มูลค่าความเสียหายรวม 5,144,577 บาท พฤติกรรมหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ โดยโอนเข้าบัญชีนายณปราชญ์ หอมจันทร์ ส่วน น.ส.ชฎารัตน์ ชูสงแสงมีเงินโอนเข้าเป็นเงิน 249,772 บาท ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 พฤติกรรมหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รวมมูลค่าความเสียหายทั้ง 5 เคสไอดี ผู้ต้องหา 3 ราย ห้วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.68 ทั้งสิ้นจำนวน 9,309,190 บาท

ชุดสืบสวน สภ.วิชิต ได้ขยายผลติดตามควบคุมตัว นายณปราชญ์ หอมจันทร์ อายุ 20 ปีพร้อมด้วยแฟนสาว น.ส.ชฎารัตน์ ชูสงแสง อายุ 20 ปีได้ในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบในระบบบัญชีของนายณปราชญ์ และ น.ส.ชฎารัตน์ที่เคยถูกใช้กระทำความผิด เบื้องต้นพบแล้วหลายเคสไอดี และอยู่ระหว่างการขยายผลความเสียหาย พร้อมกับควบคุมตัว นายอภิรักษ์ แซ่ตัน อายุ 22 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำหน้าที่โพสต์หาคนทำงานแทน 3 วัน 18,000 บาทหรือหาคนทำงานต่างจังหวัด 3 วัน 15,000 บาท เมื่อได้คนที่หลงเชื่อจะพาไปเปิดบัญชีธนาคารแล้วนำไปใช้เป็นบัญชีม้า


 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่