Expedia
Expedia

ผู้การเล็งซื้อโปรแกรมค้นหารูปพรรณ หลังกรณีหนุ่มเสื้อวินประทุษร้าย นทท.สาวตุรกี

ภูเก็ต - ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้หารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องในประเด็นด้านเทคโนโลยี เพื่อที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และช่วยในการติดตามจับกุมคนร้ายอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เอกภพ ทองทับ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มีนาคม 2561, เวลา 11:16 น.

วันนี้ (28 มี.ค. 61) พ.ต.อ.พีรยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้เปิดเผยกับ ข่าวภูเก็ต ว่า พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต สั่งการให้หารือในเรื่องของโปรแกรมประมวลผลระบบซีซีทีวี ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ได้มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ที่จะช่วยค้นหารูปพรรณทั้งคนและยานพาหนะในระยะเวลาอันสั้น โดยเบื้องต้นทราบว่ามีมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาจจะนำมาใช้ในภูเก็ตในอนาคต

“ในเบื้องต้นทราบว่าโปรแกรมตัวที่ดีที่สุดตอนนี้อยู่ที่ราคาประมาณ 20 ล้านบาท ฟังดูแล้วอาจจะเป็นมูลค่าที่สูงแต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน” พ.ต.อ.พีรยุทธ กล่าว

สำหรับข้อมูลการหารือเรื่องเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยนี้ ถูกเปิดเผยวานนี้ (28 มี.ค.) ในงานแถลงข่าวการจับกุมนายอนุรักษ์ หรือเท็น ผดุงผล อายุ 27 ปี หนุ่มพนักงานยกกระเป๋าโรงแรมที่ได้รับจ็อบเป็นคนขับจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ต้องหาก่อเหตุลวนลามและชิงทรัพย์น.ส.บิทา อูซา นทท.สาวตุรกี เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 26 มี.ค. (อ่านเพิ่มเติม คลิก)

การแถลงข่าว ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นำโดย พ.ต.อ.พีรยุทธ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.อ.จักรวรรดิ ทวีกุลสวัสดี ผกก.สภ.กะทู้ ร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหา ซึ่งในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “วิ่งราวทรัพย์” แก่นายอนุรักษ์ และอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนอื่นเพิ่มเติมในภายหลังอีกครั้ง

พ.ต.อ.พีรยุทธ เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กะทู้ นำโดย พ.ต.ท.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ รองผกก.สส.สภ.กะทู้ ก็ได้ร่วมกันเร่งสืบหาข้อมูลและติดตาม ผู้ก่อเหตุ จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 มี.ค. จากการสอบถามจากผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่บริเวณที่ผู้เสียหายโดยสารรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาจนถึงที่เกิดเหตุ และเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี

พบว่าผู้เสียหายได้โดยสารรถจากบริเวณถนนนาใน ซอย 8 เพื่อจะเดินทางกลับที่พัก แต่ผู้ต้องหากลับพาผู้เสียหายมุ่งหน้าไปยังเขื่อนบางวาด เจตนาจะล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่ผู้เสียหายมีอาการมึนเมาและนั่งหลับไปตลอดทางไปจนถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องหาพยายามล่วงละเมิดทางเพศ แต่ผู้เสียหายขัดขืนประกอบกับมีชาวบ้านมาวิ่งออกกำลังกาย ผู้ต้องหาจึงทิ้งผู้เสียหายไว้ และนำทรัพย์สินของผู้เสียหายไป กระทั่งสืบทราบและพบว่าผู้ต้องหาอาศัยอยู่ที่ชุมชนบ้านทุ่งทอง ม.7 ต.กะทู้

จากนั้น ชุดสืบสวน สภ.กะทู้ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว พบยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ จากนั้นได้ทำการตรวจค้นภายในบ้านพบเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ และทรัพย์สินของผู้เสียหาย ทำให้ผู้ต้องหายอมรับสารภาพ เนื่องจากจำนนด้วยหลักฐาน ก่อนจะนำตัวนายอนุรักษ์ไปชี้สถานที่เกิดเหตุ และจุดทิ้งกระเป๋าสะพายของผู้เสียหายหลังจากรื้อค้นทรัพย์สิน ซึ่งห่างไปประมาณ 300 เมตร

พ.ต.อ.พีรยุทธ กล่าวอีกว่า นายอนุรักษ์ ทำงานประจำเป็นพนักงานยกกระเป๋าของโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.กะทู้ โดยจะใช้เวลาหลังเลิกงานหารายได้เสริมด้วยการขับรถจยย.รับจ้างในพื้นที่เทศบาลเมืองป่าตอง แต่ไม่ได้ประจำจุดใดแน่นอน และพบว่าเคยถูกจำคุกมาแล้ว 3 ครั้ง เมื่อปี 2551 ถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน , ปี 2556 ถูกจับกุมในคดียาเสพเสพติด (ยาบ้า) ต่อมาในปี 2559 ถูกจับกุมในคดีครอบครองยาเสพติด (พืชกระท่อม) เพื่อจำหน่าย

พร้อมกับระบุว่า ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ พล.ต.ต.ธีรพล ผู้บังคับบัญชาได้แสดงความเป็นห่วง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว จึงสั่งการให้เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้าย ก่อนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ป้องปรามเหตุในลักษณะนี้ เพราะมีผลกระทบรุนแรงและเสียหายกับการท่องเที่ยว

 

 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่