Expedia

พระใหญ่ ทำบุญใหญ่ เตรียมเปิดให้เข้าชมสักการบูชาในวันพระใหญ่

ภูเก็ต - “พระใหญ่” แลนด์มาร์ก สำคัญของภูเก็ต พร้อมเปิดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา) ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปสักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนศรัทธาอีกครั้ง ภายใต้การบริหารของวัดกะตะ เน้นย้ำไม่เกี่ยวกับมูลนิธิฯ

ข่าวภูเก็ตประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569, เวลา 18:11 น.

หลังจากปิดมานานห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปยังบริเวณพระใหญ่ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี บริเวณเทือกเขานาคเกิด หมุดหมายสำคัญของศรัทธาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต ล่าสุดทางวัดกะตะกำหนดเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปสักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลได้แล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยการเปิดครั้งนี้จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ วัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) แต่เพียงผู้เดียว โดยมีพระสงฆ์จากวัดกิตติสังฆารามมาประจำ 5 รูป อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พระครูวิสุทธิกิตติยาภร เจ้าอาวาสวัดกะตะ พร้อมคณะกรรมการวัดทำหน้าที่ดูแลบริหารจัดการทั้งหมด

อย่างไรก็ตามวันนี้ ( 2 มี.ค.) บริเวณพุทธอุทยานเขานาคเกิด หรือ พระใหญ่ ต.กะรน อ.เมือง จังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการวัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) ได้จัดให้พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 77 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุดินสไลด์บริเวณเขานาคเกิด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวม 13 ราย ในพิธีมี พระอุดมวชิระมงคล เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมด้วย พระครูวิสุทธิ์กิตยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดกิตติสังฆาราม คณะกรรมการวัด และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ต.กะรน และ ต.ฉลอง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายสัจพล ทองสม หนึ่งในคณะกรรมการวัดกิตติสังฆาราม เปิดเผยว่า การทำบุญในครั้งนี้ นอกจากเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์ดินสไลด์ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งระงับการใช้พื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและตรวจสอบข้อกฎหมาย

กระทั่งล่าสุดได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้สามารถเปิดพื้นที่ได้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. 2568 เป็นต้นมา บนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ โดยไม่รวมพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหา ทั้งนี้ ได้กำหนดวันมาฆบูชาเป็นวันเริ่มต้นให้ประชาชนทั่วไปขึ้นสักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนศรัทธาอีกครั้ง

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการ จะดำเนินการโดยวัดกิตติสังฆาราม ซึ่งจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย และยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินการในลักษณะพุทธพาณิชย์โดยเด็ดขาด แต่จะมีบริการดอกไม้ ธูป เทียน และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการบริหารจัดการสถานที่

Berda Claude International School of Phuket (BCIS)

เบื้องต้นจะเปิดให้เข้าชมฟรีเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และนำข้อมูลไปปรับปรุงการบริหารจัดการในระยะต่อไป โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. 

นอกจากนั้นนายสัจจพล ยังได้กล่าวต่อไป ถึงเรื่องของคดีความที่มีการฟ้องร้อง ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายระหว่างผู้เสียหายกับมูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลศรัทธา 45 ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป




 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่