Expedia
Expedia

รวบหนุ่มรัสเซียหลบหนีหมายจับตำรวจสากล ล็อกตัวคาวิลล่าหรูภูเก็ต 

ภูเก็ต - เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตม.6 ร่วม ตม.ภูเก็ตล็อกตัวอาชญากร รัสเซียคาวิลล่าหรูภูเก็ต พบพฤติกรรมสุดแสบทำเป็นขบวนการปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงเงินบริษัท กว่า 150 ล้านบาท 

เอกภพ ทองทับ

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2569, เวลา 10:30 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 ,ร.ต.ท.ปวเรศ นนทสุต รอง สว. (สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ ตม.จว.ภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท.อดิศร บุญชุ่ม สว.ตม.จว.ภูเก็ต,ว่าที่ร.ต.ต.เอกราช ชาตวิทยา รอง สว.ตม.จว.ภูเก็ต เฝ้าติดตามจนทราบที่พักอาศัยของบุคคลดังกล่าวคือ MR.IGOR เพศชาย สัญชาติรัสเซีย ซึ่งจากการประสานงานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศรัสเซียและกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทราบว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับต่างประเทศและต้องการตัว ตามประกาศตำรวจสากลสีแดง (RED NOTICE) เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 ในความผิดฐาน ฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร โดยมีพฤติการ์ณคือ ในช่วงต้นปี 2568 ผู้ต้องหาดังกล่าวได้ร่วมกับผูัร่วมขบวนการในการปลอมแปลงเอกสาร และทำการฉ้อโกงเงินจากบริษัท โดยปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับการผลิตสินค้าซึ่งไม่ได้มีการผลิตสินค้าจริงและได้รับเงินจากบริษัทไปโดยมีความเสียหายกว่า 70 ล้านบาท และช่วงปี 2567 ผูัต้องหาดังกล่าวได้ร่วมกับผู้ร่วมขบวนการในการปลอมแปลงและฉ้อโกงเงินบริษัท โดยปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับจัดหาสินค้าและการขนส่ง ซึ่งได้รับเงินจากบริษัทไปโดยมีความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.สส.บก.ตม.6, ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมกันสืบสวนจนพบว่า นาวอิกอร์พักอาศัยอยู่ภายในวิลล่าหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ต่อมาวันที่ 13 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตามและซุ่มดู จนพบนายอิกอร์เดินออกมาจากวิลล่าหรู จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าจับกุมไว้ได้จากการตรวจสอบข้อมูลของนายอิกอร์ในระบบ Biometrics พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 7 มี.ค.69 ทางด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว จนถึงวันที่ 5 พ.ค.69 และได้ขออยู่ต่อในราชอาณาจักรที่ ตม.จว.ภูเก็ต อนุญาตถึงวันที่ 4 มิ.ย.69 ซึ่งการอนุญาตดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งให้ทราบถึงพฤติการณ์ สิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยการอนุญาตสิ้นสุด (9 วัน)”จากนั้นจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเมื่อดำเนินคดีในประเทศไทยเสร็จแล้วจะได้มีการผลักดันกลับไปยังประเทศรัสเซีย ตามขั้นตอนพิธีการตรวจคนเข้าเมืองต่อไป


 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่