Expedia

ช่วยน้องหมา! ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดแบกรับเกินขีดจำกัด เพราะงบไม่เพียงพอ

ภูเก็ต - “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด” ที่ดำเนินการโดยภาครัฐของจังหวัดภูเก็ต กำลังดิ้นรนอย่างยากลำบาก ภายใต้น้ำหนักที่ต้องแบกรับสุนัขมากกว่า 1,000 ตัว ในขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนว่า การขาดแคลนงบประมาณเรื้อรัง ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น การขาดแคลนน้ำ และพื้นที่ที่จำกัด กำลังผลักดันให้สถานประกอบการแห่งนี้ไปสู่จุดจบที่ไม่อาจเลี่ยงได้

ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569, เวลา 09:00 น.

ภาพ: ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

ภาพ: ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

สถานการณ์เลวร้ายที่กำลังต้องเผชิญนี้คือ “สัญญาณเตือน” แม้ว่าทางจังหวัดภูเก็ตจะจัดสรรงบประมาณมากกว่า 5 ล้านบาทต่อปี สำหรับการบริหารจัดการสุนัขจรจัดก็ตาม

ตัวเลขที่นำเสนอในการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการบ้านพักพิงสุนัขจังหวัดภูเก็ตซึ่งมี นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม เมื่อเดือนที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า จังหวัดได้จัดสรรงบประมาณที่เสนอไว้จำนวน 5,001,230 บาท สำหรับปีงบประมาณ 2570 เพื่อดูแลสุนัขจำนวน 1,004 ตัว อย่างไรก็ตาม นายสุทัศน์ นิยมไทย ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต ยอมรับว่า ต้นทุนที่แท้จริงในการดำเนินงานศูนย์พักพิงแห่งนี้สูงกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ

"ความจริงแล้ว งบประมาณมันไม่เพียงพอ" นายสุทัศน์ เปิดเผยกับ The Phuket News "การจะบริหารจัดการศูนย์พักพิงอย่างเหมาะสม เราน่าจะต้องการเงินประมาณ 7-8 ล้านบาทต่อปี"

สถิติที่นำเสนอต่อคณะกรรมการยังแสดงให้เห็นว่า จำนวนประชากรของสุนัขในศูนย์พักพิงยังคงอยู่สูงกว่า 1,000 ตัวอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือน โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่ามีสุนัขตัวใหม่เดินทางมาถึงโดยเฉลี่ย 20-30 ตัวในแต่ละเดือนจากเทศบาลต่าง ๆ ทั่วภูเก็ต

จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ประชากรสุนัขในศูนย์พักพิงเพิ่มขึ้นจาก 1,103 ตัวในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เป็น 1,101 ตัวในเดือนพฤศจิกายน, 1,102 ตัวในเดือนธันวาคม, 1,077 ตัวในเดือนมกราคม ก่อนที่จะลดลงเล็กน้อยเหลือ 1,054 ตัวในเดือนกุมภาพันธ์ และไต่ระดับขึ้นอีกครั้งเป็น 1,051 ตัวในเดือนมีนาคม และ 1,056 ตัวในเดือนเมษายน

ข้อมูลยังแสดงให้เห็นอีกว่า เทศบาลเมืองวิชิต เทศบาลตำบลรัษฎา และเทศบาลตำบลฉลอง อยู่ในรายชื่อของพื้นที่ที่ส่งสุนัขไปยังศูนย์พักพิงในจำนวนที่สูงที่สุด

ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนเดียวกันนั้น มีสุนัขตายที่ศูนย์พักพิง 55 ตัว, มีผู้รับไปเลี้ยง 53 ตัว และถูกส่งตัวออกไปรับการรักษาพยาบาล 69 ตัว โดยมี 38 ตัวที่ถูกส่งกลับมายังศูนย์พักพิงในภายหลังหลังจากฟื้นตัวแล้ว

ทางเจ้าหน้าที่กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความกดดันอย่างต่อเนื่อง ต่อสถานประกอบการที่หนาแน่นแออัด เนื่องจากสุนัขตัวใหม่ยังคงเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่ศูนย์พักพิงจะสามารถลดจำนวนประชากรลงได้ ผ่านโครงการรับเลี้ยงและโครงการทำหมัน 

ศูนย์พักพิงแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนนเทพกระษัตรี ในตำบลไม้ขาว ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของสุนัข 1,056 ตัว กระจายอยู่ในคอกล้อม 14 คอก บนพื้นที่ดินเพียง 4 ไร่เท่านั้น

"การดำเนินงานทั้งหมดถูกขับเคลื่อนโดยพนักงานเพียง 9 คนเท่านั้น คือ ผู้จัดการ 1 คน และคนงาน 8 คน หมายความว่าแต่ละคนต้องดูแลสุนัขมากกว่า 100 ตัว" นายสุทัศน์ กล่าว

บ้านพักพิงแห่งนี้รับสุนัขจรจัด สุนัขที่ถูกทอดทิ้ง และสุนัขที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวจากทั่วทั้งภูเก็ต รวมถึงสัตว์ที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากชายหาด พื้นที่ท่องเที่ยว และชุมชนที่อยู่อาศัย หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้อยู่อาศัยหรือนักท่องเที่ยว ซึ่งภายใต้ระบบการดำเนินการในปัจจุบัน เทศบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องรับรอง และสนับสนุนทางการเงินแก่สุนัขที่มีต้นทางมาจากเขตอำนาจศาลของตน ในอัตรา 13 บาทต่อตัวต่อวัน

ซึ่งหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 18 แห่งสมทบทุนอย่างเต็มที่ รวมถึง อบจ.ภูเก็ต ศูนย์พักพิงจะได้รับเงินประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี

"แต่ปีที่แล้วเราได้รับเพียง 52% เท่านั้น" นายสุทัศน์ กล่าว "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งจ่าย 100% บางแห่งจ่ายเพียง 50% และส่วนที่เหลือต้องพึ่งพาการบริจาค"

"ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าอาหาร ศูนย์พักพิงใช้อาหารสุนัขประมาณ 300 กิโลกรัมต่อวัน หรือประมาณ 15 กระสอบ หรือราว ๆ 9,000 ถึง 9,300 กิโลกรัมต่อเดือน โดยมีต้นทุนกระสอบละเกือบ 700 บาท" เขากล่าวเสริม “จริง ๆ ถ้าท้องถิ่นสนับสนุนครบ 100% ก็โอเค แต่ตอนนี้ที่เราขอไปยังเป็นแค่ค่าอาหาร ยังไม่รวมค่าเจ้าหน้าที่”  

“ทางศูนย์ต้องพึ่งพาการบริจาคอาหารและอุปกรณ์ดูแลสัตว์อย่างต่อเนื่อง" นายสุทัศน์กล่าว และการขาดแคลนจะรุนแรงที่สุดในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปี ในระหว่างที่กำลังรอการอนุมัติงบประมาณก้อนใหม่จากรัฐบาล 

“ช่วงนั้นขาดหนักจริง ๆ แต่โชคดีที่ภูเก็ตยังมีคนช่วยระดมทุนและบริจาคอาหารอยู่เรื่อย ๆ” 

HeadStart International School Phuket


ความตึงเครียดของศูนย์พักพิง  

ภาวะขาดแคลนน้ำยังส่งผลต่อการทำความสะอาดคอกสุนัข โดยศูนย์ต้องใช้น้ำบ่อแทนน้ำประปา และไม่สามารถล้างคอกพร้อมกันทั้งหมดได้

“เราต้องสลับกันล้าง เพราะใช้น้ำปริมาณมาก แม้จะขอความช่วยเหลือจากท้องถิ่นให้นำน้ำมาเติม แต่วันเดียวก็ใช้หมด เพราะเราจำเป็นต้องใช้ปริมาณมหาศาลสำหรับการทำความสะอาด น้ำดื่ม และการช่วยให้สุนัขรับมือกับความร้อน" นายสุทัศน์ อธิบาย

นอกจากปัญหาด้านงบประมาณแล้ว ศูนย์ยังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำและพื้นที่กำจัดซากสัตว์ โดยพื้นที่ของบ้านพักพิงมีเพียง 4 ไร่ ส่วนพื้นที่รอบนอกเป็นของกรมธนารักษ์ ซึ่งยังไม่สามารถใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้

“ตอนนี้เราทำได้แค่ขุดบ่อ ฝังซากสัตว์ แล้วโรยปูนขาวฆ่าเชื้อ แต่พื้นที่เริ่มไม่พอแล้ว ถ้าสุดท้ายไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องเอาไปเผา ซึ่งปลายทางเขาก็มีปัญหาอยู่แล้ว”

แม้จะมีความตึงเครียดด้านการดำเนินงาน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันว่า ศูนย์พักพิงสามารถบริหารจัดการการระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากวิกฤตโรคหัดสุนัข เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ต้องระงับการรับสุนัขเข้ามาเป็นการชั่วคราว

“เราพยายามควบคุมประชากรสุนัข ไม่ให้เพิ่มขึ้น ทุกตัวจะได้รับวัคซีน ทั้งพิษสุนัขบ้า หัด ลำไส้อักเสบ และโรคอื่น ๆ รวมประมาณ 5-6 โรค” เขากล่าว “ปัจจุบันปัญหาโรคระบาดภายในศูนย์แทบไม่มีแล้ว เนื่องจากมีระบบกักดูอาการสุนัขใหม่ 21 วันก่อนเข้าคอกใหญ่ รวมถึงได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิซอยด็อก ซึ่งส่งสัตวแพทย์เข้ามาดูแลทุกสัปดาห์”

“สุนัขที่เข้ามาส่วนใหญ่ เป็นสุนัขจรจัดและสุนัขที่สร้างปัญหา เช่น ดุร้าย หรือกัดนักท่องเที่ยวตามชายหาดและพื้นที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยทุกตัวจะได้รับวัคซีนและทำหมันทันทีหลังเข้าศูนย์” 

และแม้ศูนย์จะรับเฉพาะสุนัข แต่บางครั้งยังพบประชาชนนำแมวมาทิ้งไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องช่วยดูแลเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีภาคเอกชนเสนอแนวคิดจัดตั้งบ้านพักพิงแมวในพื้นที่ป่าตอง เพื่อรองรับปัญหาสัตว์จรจัดที่เพิ่มขึ้น

ในส่วนของการอุปการะ ผอ.ปศุสัตว์ระบุว่า ประชาชนและชาวต่างชาติสามารถเข้ามารับสุนัขไปเลี้ยงได้ โดยต้องแสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต พร้อมรูปถ่ายพื้นที่เลี้ยง เพื่อยืนยันว่าสามารถดูแลสัตว์ได้จริง

“เมื่อก่อนเคยมีกรณีรับสุนัขกลับไป แล้วนำไปปล่อยที่เดิม สุดท้ายก็กลับมาเป็นปัญหาอีก ตอนนี้เราจึงต้องตรวจสอบให้ละเอียดขึ้น”

พร้อมกันนี้ ทางศูนย์ยังขอความช่วยเหลือจากประชาชนในการบริจาคอาหาร อุปกรณ์ทำความสะอาด สายยาง ไม้ปาดน้ำ และเชือกจูงสุนัข รวมถึงสนับสนุนการรับอุปการะ เพื่อช่วยลดภาระของบ้านพักพิงในระยะยาว

“สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คืออยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน เพราะบ้านพักพิงแห่งนี้เป็นจุดรวมในการแก้ปัญหาสุนัขจรของทั้งจังหวัด” ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต กล่าวทิ้งท้าย


 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่